แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อควรระวัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อควรระวัง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เจ้าของบ้านอยากถมที่ให้สูงกว่าเพื่อนบ้าน ผู้รับเหมา จะทำอย่างไร

เจ้าของบ้านอยากถมที่ให้สูงกว่าเพื่อนบ้าน ผู้รับเหมา จะทำอย่างไร

การถมดินก่อนการก่อสร้างเป็นเรื่องปกติทั่วไป ถือเป็นขั้นตอนแรก ที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการ เพื่อการปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมกับการก่อสร้าง แต่ปัญหาหนึ่งที่เราพบเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ เวลาที่จะมีบ้านใหม่มาปลูกสร้างสักหลัง เขามักนิยมขนเอาดินมาถมเสียให้สูงกว่าบ้านข้างเคียงเสมอ ! บางทีถมจนสูงแบบที่แค่ยืนบนที่ดินของบ้านใหม่ก็สูงเกือบเท่าตัวคนเมื่อไปยืนอยู่ในดินใกล้เคียง ! ซึ่งเรื่องดูเหมือนจะเป็นความนิยมของเจ้าของบ้านไปเสียแล้ว แต่เรื่องนี้ทำได้ไหม และเหมาะสมหรือไม่ ? เป็นอีกเรื่องที่ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ควรให้ข้อมูลและคำแนะนำกับเจ้าของบ้าย เพราะ... หากผิดพลาดขึ้นมามีโทษตามกฎหมาย และอาจถูกสั่งให้ระงับขั้นตอนนั้นในการก่อสร้างได้ !!!


 สิ่งที่ ผู้รับเหมา ควรทำเมื่อเจ้าของบ้านต้องการที่จะถมที่ดินให้บ้านมีความสูงมากกว่าเพื่อบ้าน คือ...

1. แจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ หรือตระหนักถึงข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งเรื่องของการถมดิน มีตราอยู่ใน พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของ เทศบัญญัติ การผังเมือง และกฎหมายควบคุมอื่นๆ หากจะถมดินให้มีความสูงมากกว่าที่ผืนข้างเคียงมากๆ อันนี้ต้องช่วยกันศึกษาให้รอบคอบก่อนว่าทำได้หรือไม่ อย่าเห็นว่ามันเป็นการดำเนินการในที่ของเราจะถมดินเพิ่มให้สูงอย่างไรก็ได้ อันนี้อาจมีความผิด

2. ต้องมีการสร้างระบบป้องกันปัญหาน้ำจากที่ดินที่ถมไหลไปหาที่ดินข้างเคียง เรื่องนี้มีความสำคัญเช่นกัน เพราะมีกำหนดอยู่ใน มาตรา 26 อย่างชัดเจน ว่า หาก “จะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น...” นั่นหมายความว่า หากที่ดินที่เราจะสร้างบ้านใหม่ มีเนื้อที่ไม่เกิน 2,000 ตรารงเมตร และต้องการถมดินให้สูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การสร้างระบบป้องกันไม่ให้น้ำจากที่ดินของเราไหลไปที่ดินข้างเคียง ซึ่งก็คือ การทำทางระบายน้ำให้เพียงพอไม่ให้เกิดการไหลไปของน้ำได้

3. ต่อจากข้อสอง เรื่องนี้ในกรณีมีเนื้อที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร เจ้าของบ้านจะต้องทำการแจ้งเรื่องการถมดินให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ทราบเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ และต้องทำระบบป้องกันน้ำไม่ให้ไหลไปที่ดินข้างเคียงด้วยเช่นกัน รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดินไหลเข้าไปในเขตที่ดินข้างเคียง หรือความเสียหายของกำแพงของเพื่อนบ้านที่เกิดขึ้นได้จากการถมดินและบดอัด

4. แนะนำให้เจ้าของบ้านไปพูดคุยกับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ข้างเคียง เพื่อทำความเข้าใจกันเสียก่อน เนื่องจากในกรณีที่ข้างบ้านเห็นแล้วเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ หรือเกรงว่าจะเกิดความเสียหายไม่ว่าจะเรื่องน้ำไหลเข้ามา หรือกำแพงอาจจะพังเพราะการถมดินเพื่อก่อสร้าง เขาสามารถนำเรื่องไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ได้ ! และ... ตามกฎหมายเขามีสิทธิที่จะ “ร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้” !!! นั่นหมายความว่า งานก่อสร้างเกิดการหยุดชะงักแน่นอน งานนี้เดือดร้อนไปตามๆ กันทั้งเจ้าของบ้านและ ผู้รับเหมาก่อสร้าง

ดังนั้น ก่อนที่จะทำการถมที่ดิน หากว่าเจ้าของบ้านมีความต้องการที่จะถมดินให้สูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง ผู้รับเหมา จะต้องทำความเข้าใจและชี้ให้เห็นถึงปัญหาและเรื่องที่ควรทำให้ครบถ้วน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ซึ่งหากเรื่องเตลิดไปจนถึงข้อ 4 ดังข้างต้นแล้ว งานก่อสร้างต้องหยุด และอาจจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายตามมา ! ซึ่งไม่มีโอกาสที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ได้เลย !! 


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา

หลังถมดินแล้ว ผู้รับเหมา ควรเริ่มการก่อสร้างเมื่อใด

หลังถมดินแล้ว ผู้รับเหมา ควรเริ่มการก่อสร้างเมื่อใด


การถมดินเป็นขั้นตอนแรกๆ ในการทำงานก่อสร้างที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการ เพื่อให้พื้นที่มีความเหมาะสมที่จะก่อสร้างอาคารลงไปบนที่ดินผืนนั้น แต่หลังจากที่ถมดินแล้ว ใช่ว่าจะสามารถก่อสร้างได้ทันทีเสียทุกครั้ง ยังมีขั้นตอนที่ต้องพิจารณาก่อนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมที่จะทำการก่อสร้าง เรื่องนี้ไม่อาจชะล่าใจ เพราะหากไม่ระวังให้ดี อาจเกิดปัญหาหนักหนาถึงกับบ้านเกิดอาการทรุดและแตกร้าวเสียหายได้ !


 การถมดินมีขั้นตอนหลายขั้น ซึ่งเราได้เคยนำมาเล่าไปแล้วในตอน “ขั้นตอนการถมและปรับที่ ” แต่นอกเหนือจากการที่เราต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว ยังมีเรื่องการพิจารณาอีกว่า ผู้รับเหมา ควรเริ่มลงมือก่อสร้างบ้าน หรือ อาคารเมื่อใดหลังจากการถมดินผ่านไปแล้ว ??

สำหรับเรื่องนี้ ผู้รับเหมา จะต้องพิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน เช่น

1. ลักษณะของดิน เนื่องจากดินแต่ละชนิดแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันไป ซึ่งเรื่องนี้มีผลในเรื่องระยะเวลาการรอให้ดินยุบตัวและเหมาะสมในการการก่อสร้าง

2. สภาพของพื้นที่แต่เดิมก่อนการถมดิน เช่น หากเป็นพื้นที่ซึ่งเคยมีน้ำขัง มีความชื้นสะสมอยู่ด้านล่าง ก็อาจจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงของรากฐานเพื่อให้เกิดความมั่นคงกับอาคารที่สร้างขึ้นเหนือที่ดินผืนนั้นๆ

3. รูปแบบของฐานรากของอาคาร เรื่องนี้ก็มีผลในการตัดสินใจว่าจะเริ่มก่อสร้างบ้านเมื่อใดหลังจากถมดินเสร็จ ซึ่งรูปแบบของฐานรากก็จะมีอยู่สองแบบด้วยกัน ได้แก่ แบบฐานรากแผ่ คือ การก่อสร้างลงบนตอม่อหรือคานดินเลย วิธีนี้ทำได้เฉพาะในเขตที่มีดินเป็นดินแข็ง เช่น ภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่มีดินแข็งมาก แต่การก่อสร้างแบบนี้ควรรอให้ดินเกิดการยุบตัวลงอย่างเต็มที่เสียก่อน ไม่ควรทำทันทีหลังจากถมดินใหม่ และแบบที่สองก็คือ แบบฐานรากที่มีเสาเข็ม เป็นการเสริมเสาเข็มลงไปในพื้นดิน ไม่ว่าจะด้วยการใช้เข็มตอก หรือเข็มเจาะ เพื่อให้เสาเข็มช่วยในการรับน้ำหนักของบ้านเอาไว้ การทำฐานรากแบบนี้สามารถสร้างบ้านได้เลยไม่จำเป็นต้องรอ

4. การเสริมความแข็งแรงของรากฐาน ในที่นี้ก็คือ การตอกเสาเข็ม ในกรณีที่พื้นดินเป็นดินเหนียว หรือดินที่ไม่แน่น อย่างเช่นในเขต กทม. จำเป็นที่จะต้องเสริมความแข้งแรงให้กับฐานรากด้วยการเพิ่มเสาเข็มลงไปก่อนจึงจะก่อสร้างได้ ข้อดีของการเสริมความแข็งแรงนี้ช่วยให้ ผู้รับเหมา สามารถเริ่มงานการก่อสร้างได้เร็ว ไม่ต้องกังวลหรือรอเรื่องความแน่นของดิน ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะเสาเข็มทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของอาคารที่ก่อสร้างเอาไว้แล้ว

นี่เป็นหลักที่ ผู้รับเหมา สามารถใช้ในการพิจารณาว่าควรสร้างบ้านหรือสร้างอาคารเมื่อใดหลังจากถมที่เสร็จแล้ว ซึ่งก็ควรทำให้ถูกต้อง เพื่อให้บ้านหรืออาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่เกิดการแตกร้าว หรือ เกิดการทรุดตัวในภายหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของบ้าน และผู้รับเหมาเองยังมีส่วนต้องรับผิดชอบ แถมเสียชื่อเสียงอีกต่างหาก !!


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

สิ่งที่ ผู้รับเหมา ต้องพิจารณาก่อนสั่งให้เริ่มงานถมดิน

สิ่งที่ ผู้รับเหมา ต้องพิจารณาก่อนสั่งให้เริ่มงานถมดิน

ก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างบ้านหรืออาคาร สิ่งแรกๆ ที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการก่อนก็คือ เรื่องขั้นตอนของการปรับและเตรียมพื้นที่ ซึ่งขั้นนี้มักเริ่มจากการถมดินเป็นส่วนใหญ่ เพราะพื้นที่ๆ เป็นที่เปล่าส่วนมากจะกลายเป็นที่ลุ่มต่ำกว่าพื้นที่รอบข้างที่มีการก่อสร้างบ้านไปแล้ว หรือแม้แต่ถนน ซึ่งจะมีการถมดินเพิ่มเติมเสมอ ดังนั้นเพื่อไม่ให้บ้านที่จะสร้างต่ำจนกลายเป็นที่รับน้ำกลายเป็นแอ่งเวลาฝนตก ก็จำเป็นต้องถมที่ดินก่อนการปลูกสร้างอาคาร และยังเป็นการปรับพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ด้วย แต่ก่อนที่จะถมดิน ผู้รับเหมาก่อสร้าง มีเรื่องจำเป็นจะต้องนำมาพิจารณา !


 สิ่งที่ ผู้รับเหมา ต้องพิจารณาก่อนสั่งให้เริ่มงานถมดิน

1. ระดับความสูงของดินที่จะถม เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่จะต้องพิจารณา เนื่องจากเป็นตัวที่จะต้องใช้ในการคำนวณปริมาณดินที่จะต้องนำเข้ามาถมในพื้นที่ ว่าต้องใช้ดินปริมาณเท่าไหร่ โดยจะต้องดูจากระดับความสูงของถนน ซึ่งควรถมที่ให้สูงกว่า ความสูงของพื้นของบ้านใกล้เคียงที่เราไม่ควรทำให้สูงกว่ามากนักเพื่อจะได้ไม่ก่อปัญหาเรื่องน้ำจากบ้านที่เราสร้างไหลไปบ้านของเพื่อนบ้านทำให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต ระดับของทางระบายน้ำ ที่ต้องมีระดับความสูงพอให้น้ำไหลออกไปได้อย่างสะดวก

2. ชนิดของดินและการเซ็ทตัวของดินเมื่อถมและบดอัดไปแล้ว เนื่องจากเมื่อเราถมดินทิ้งไว้ดินจะเกิดการยุบตัวลงตามธรรมชาติ จะต้องหาระดับที่เหมาะสมและมีการถมเผื่อไว้เล็กน้อยในปริมาณที่ทำให้เราได้ระดับที่เซ็ทตัวลงพอดีกับความต้องการ

3. ค่าใช้จ่ายในการถมดิน เรื่องนี้มีหลายสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณา เพราะไม่ได้มีแค่เพียงราคาของดินเท่านั้น ยังมีเรื่องของการ ปรับพื้นที่ก่อนการถม การขนย้ายและกำจัดวัชพืชกิ่งไม้ และหินก้อนใหญ่ออกไปจากพื้นที่ รวมถึงเรื่องของการตรวจวัดระดับซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้วย ดังนั้น ผู้รับเหมา จะต้องทำการคำนวณและพิจารณาให้ดี เพื่อให้ได้ราคาออกมาตรงตามงบประมาณ หรือได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด

4. ระยะเวลาในการดำเนินการ เรื่องนี้เกี่ยวถึงกำหนดการในการทำงาน รับเหมาก่อสร้าง การถมดินเป็นขั้นแรกก่อนการดำเนินการอย่างอื่น หากล่าช้าก็จะพลอยกระทบกับกำหนดการอื่นๆ ไปด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้การถมดินมีความล่าช้าก็เกิดได้จากอุปสรรคหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนดินในบางช่วง การขาดผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบและวัดพื้นที่ รวมไปถึงเรื่องของการจัดการปรับพื้นที่ก่อนการถมดิน ดังนั้นจึงต้องพิจารณาและวางกำหนดการให้เหมาะสม เพื่อให้งานการก่อสร้างดำเนินไปตามที่กำหนดไว้

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ผู้รับเหมา จำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์และเป็นไปตามกำหนดการในการทำงาน การถมดินไม่ใช่แค่เรียก สั่งให้เอาดินมาถมๆ แล้วเกลี่ยหน้า บดอัดก็จบ มีหลายสิ่งที่ต้องพิจารณาและต้องทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการด้วย ไม่เช่นนั้น อาจส่งผลเสียในระยะยาวกับอาคารที่จะก่อสร้างขึ้นมา ซึ่งอาจได้รับความเสียหายเกิดการแตกร้าว หรือทรุดตัวตามมาได้ !


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

งาน renovate บ้าน ต้องขออนุญาตหรือไม่ ผู้รับเหมา ควรรู้

งาน renovate บ้าน ต้องขออนุญาตหรือไม่ ผู้รับเหมา ควรรู้


การทำงาน รับเหมาก่อสร้าง บางครั้งนอกจากการสร้างสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารใหม่แล้ว ผู้รับเหมา ยังอาจจะต้องทำงานเกี่ยวกับการดัดแปลงปรับปรุงอาคารเดิมให้เปลี่ยนเป็นรูปโฉมใหม่ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Renovate แต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือ ผู้รับเหมา จะต้องดูให้ดีเสียก่อนว่างานที่กำลังจะทำนั้น จำเป็นต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้บางที่อาจจะต้องทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้านด้วย เพราะบางคนไม่ทราบและคิดว่า... “นี่บ้านของฉัน จะทำอะไรก็ไม่น่าจะมีปัญหา !” ซึ่งบางครั้งมันทำให้เกิดความผิดขึ้นได้ !!!


การ Renovate บ้านต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้งหรือไม่ !?

เรื่องนี้เป็นเรื่องคาอกคาใจอยู่พอสมควรทั้งฝ่าย ผู้รับเหมา และเจ้าของบ้าน ที่กำลังอยู่ในช่วงจะทำงานดัดแปลง หรือ Renovate บ้านอยู่ สำหรับเรื่องนี้ ต้องชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตกับทางราชการก่อนการทำการต่อเติมดัดแปลงบ้านเสมอไป มีบางกรณีที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งก็สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องอยู่ตามข้อกำหนดของกฎหมาย

ซึ่งข้อกำหนดของกฎหมายที่จำเป็นจะต้องทำการแจ้งขออนุญาตก่อนลงมือทำการ Renovate บ้าน มีระบุเอาไว้ใน พ.ร.บ.การสร้างบ้าน เรียกว่า การดัดแปลง ซึ่งการดำเนินการเกี่ยวกับการดัดแปลงหมายถึง การ ลด เพิ่ม เปลี่ยนแปลง ขยาย เปลี่ยนสัดส่วน น้ำหนัก หรือ กระทำอื่นใดให้บ้านเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เข้าข่ายการดัดแปลงทั้งสิ้น แต่หากจะถามว่าจำเป็นต้องแจ้งทุกครั้งทุกกรณีหรือไม่ ก็ไม่ถึงขนาดนั้น

การดัดแปลงที่จำเป็นจะต้องขออนุญาต จะต้องเป็นการดำเนินการ เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงที่มีพื้นที่มากกว่า 5 ตารางเมตรขึ้นไป และจะต้องมีการปรับเปลี่ยนขนาด หรือจำนวนของ เสา คาน หรือส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างและความแข็งแรง จึงจะต้องทำเรื่องแจ้งเพื่อขออนุญาตในการดัดแปลง หรือ Renovate อาคารก่อนจะลงมือก่อสร้างดัดแปลงได้

หากสรุปง่ายๆ ให้เห็นเป็นงานชัดๆ ก็อาจจะยกตัวอย่างได้ว่า งานที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตก่อนทำการดัดแปลง เช่น การเปลี่ยนประตู หน้าต่าง หลังคา ฝ้าเพดาน พื้น หรือผนังของบ้าน เหล่านี้สามารถกระทำได้ แต่... มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่มีผงทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเกินกว่า 10% จากน้ำหนักเดิม ! หากมีน้ำหนักมากกว่านี้ จะต้องขออนุญาต เนื่องจากเป็นได้ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะมีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร จะต้องทำเรื่องเพื่อขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อนทำการก่อสร้างดัดแปลง

การขออนุญาตเพื่อทำการ renovate ทำได้โดยการ ยืนแบบแปลนสิ่งก่อสร้างที่ต้องการดัดแปลง ซึ่งแบบแปลนจะต้องมีการเซ็นรับรองโดย วิศวกร สถาปนิก และ ผู้รับเหมา ให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องแบในการก่อสร้างว่าจะทำออกมาตามที่แจ้งขอจริง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บ่อยครั้งเจ้าของบ้านจะไม่ทราบและทำพลาด ผู้รับเหมา ควรให้ความช่วยเหลือ เพื่อที่งานที่รับมาจะได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นถูกต้อง และไม่มีใครต้องเสี่ยงต่อการรับโทษจากการทำผิดกฎหมายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และ... ที่สำคัญที่สุดก็คือ เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าของบ้านผู้อยู่อาศัยเองด้วย


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รื้อถอนบ้านก่อนปลูกสร้างไม่ขออนุญาต ผู้รับเหมา ต้องระวัง

รื้อถอนบ้านก่อนปลูกสร้างไม่ขออนุญาต ผู้รับเหมา ต้องระวัง

ในการทำงาน รับเหมาก่อสร้าง นอกจาก ผู้รับเหมา จะต้องทำหน้าที่ในการปลูกสร้างอาคารให้ได้ตามกำหนดที่ตกลงเอาไว้กับเจ้าของผู้ว่าจ้างแล้ว ก่อนที่จะเริ่มงานได้ บางทีอาจจะต้องมีงานส่วนอื่นที่ต้องดำเนินการก่อนที่จะสามารถเริ่มงานการก่อสร้างได้ ซึ่งงานส่วนนั้นก็คือ งานการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม ภายในบริเวณที่จะมีการก่อสร้างใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องปกติ เพราะหากไม่ทำการรื้อสิ่งปลูกสร้างเดิมย่อมไม่สามารถปลูกอาคารใหม่ได้ แต่... ก่อนที่จะดำเนินการรื้อถอน ผู้รับเหมา จะต้องทราบก่อนว่า เจ้าของบ้าน หรือผู้ว่าจ้างเขาได้ดำเนินการแจ้งขออนุญาตรื้อถอนอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง !?


 มีหลายครั้งที่งานในส่วนนี้กลายเป็นความผิด และถูกดำเนินคดี ! ซึ่งเรื่องนี้ผิดพลั้งประการใด ผู้รับเหมา อาจโดนหางเลขตามไปด้วย ! เพราะเป็นผู้รับจ้างในการกระทำความผิด !

การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในที่ดินของเจ้าของเอง เป็นความผิดด้วยหรือ !? เรื่องนี้อาจเป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับหลายๆ คน ทั้งที่เป็นเจ้าของบ้านและ ผู้รับเหมา เรื่องนี้บอกได้เลยว่า... หากกระทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากทางราชการ มีความผิด ! และ ซึ่งอัตราโทษในข้อหานี้ มีทั้ง จำและปรับ !! ซึ่งเรื่องนี้มีข้อบัญญัติเอาไว้ใน มาตรา 65 ของ พรบ.ควบคุมอาคาร ปี พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ปี พ.ศ. 2535 ระบุว่า ผู้ทำการรื้อถอนอาคารโดยไม่รับอนุญาต จะมีความผิด ถูกปรับไม่เกิน 60,000 บาท ! หรือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน !!!

เป็นโทษที่ถือว่ารุนแรง และไม่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิด และส่วนมากเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่ทราบในข้อกฎหมาย จึงไม่ได้ทำการแจ้งให้ถูกต้อง ซึ่งในการแจ้งไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นแต่ประการใด ซึ่งเรื่องนี้ ผู้รับเหมา ควรศึกษาและนำไปให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้าน หรือ ผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่จะต้องทำการรื้อถอนก่อนเริ่มการก่อสร้างใหม่

เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตเพื่อทำการรื้อถอนอาคาร คือ

1. แบบแปลนของอาคารที่จะรื้อ ประกอบด้วยรายละเอียดแบบแปลนทุกชั้น รูปด้านข้างทั้งสองด้าน ภาพตัดขวาง และรายละเอียดวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร วิธีการรื้อถอน ที่ทำมาไม่เกิน 45 วัน
2. แบบคำร้องที่ต้องกรอก คือ แบบ ข.1
3. บัตรประชาชน
4. ทะเบียนบ้านแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน
5. หนังสือยินยอม ในกรณีไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน
6. สำเนาโฉนด

ส่วนระยะเวลาในการพิจารณาคำขอนี้ก็ใช้เวลาราว 2 สัปดาห์ ค่าธรรมเนียมในการแจ้งก็คิดเพียงค่าใบคำร้อง จำนวน 20 บาท เท่านั้น ในกรณีรื้อถอนจะไม่คิดค่าการตรวจแบบ ซึ่งจะเห็นว่า เสียค่าใช้จ่ายน้อยและใช้เวลาไม่นาน (ในเรื่องค่าใช้จ่าย เจ้าของบ้านอาจจะต้องเพิ่มในส่วนจ้างคนเขียนแบบประกอบคำร้อง ซึ่งก็อยู่ในหลักพัน) ดังนั้น ควรดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อย และ ผู้รับเหมา ควรมีการสอบถาม ก่อนการเริ่มงานด้วยว่าเจ้าของบ้านได้ทำการขออนุญาตและดำเนินการอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่ หากยัง ก็ขอให้ช่วยให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้าน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง... 


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา