"houzzMate Close Up รายการที่จะมาสร้างความรู้ความเข้าใจ
เพื่อให้ช่างและผู้อยู่อาศัยพูดคุยกันได้ง่ายขึ้น"
อยากขอนำเสนอความรู้ในเรื่องของ เสาเข็ม ให้กับท่านที่สนใจได้รับทราบกัน
เนื่องจาก เสาเข็ม เป็นวัสดุก่อสร้างอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญมาก
และมีการใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่ทราบและเข้าใจถึงการใช้งานของเสาเข็มจริงๆ
อย่างครบถ้วนยังมีไม่มากเท่าใดนัก houzzMate
มีโอกาสอันดีที่ได้รับเกียรติจาก ท่าน ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์
ประธานของกลุ่มสินธุ์กรุ๊ป เครือบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเสาเข็มคุณภาพ
ที่คร่ำหวอดในวงการผลิตและให้บริการงานด้านเสาเข็มมาอย่างยาวนาน
มาถ่ายทอดความรู้และตอบข้อสงสัยให้กับเรา และในตอนแรกนี้
เราได้พูดคุยสอบถามถึงประเด็นความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของ ชนิด และ
ประเภทของเสาเข็ม ว่ามันมีลักษณะอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะเลือกนำมาใช้งาน
ซึ่งท่านที่สนใจ สามารถรับชมได้จากคลิปด้านล่างนี้
วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2563
วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
Mini Profile คืออะไร ฟีเจอร์ใหม่ช่วยคนหาช่างได้ตรงใจมากขึ้น
houzzMate มีการพัฒนาระบบอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสนองตอบพันธกิจ
“เพื่อให้การอยู่อาศัยง่ายขึ้น” ตอนนี้ เรามี ฟีเจอร์ (Feature) ใหม่
ที่เรียกว่า “Mini Profile” ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานของสมาชิกผู้อยู่อาศัยที่ต้องการ หาช่าง และ ช่าง ที่ต้องการ หางาน ให้ พบกันและ สามารถเลือกกันได้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น ลดเวลาในการคัดกรองด้วยการโทรศัพท์พูดคุยสอบถาม เพราะ Mini Profile เป็นฟีเจอร์ที่มุ่งเน้นในการนำเสนอข้อมูลสำคัญที่ดูได้ง่าย เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
รู้ยัง Houzzmate.com เพิ่มความสามารถใหม่
Houzzmate
ปรับปรุงเพิ่มความสามารถในการใช้งาน
เพื่อตอบโจทย์การเพิ่มช่องทางในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสมาชิกช่าง
ด้วยการเพิ่มพื้นที่สำหรับอัพเดทผลงาน ให้ท่านสมาชิกช่างสามารถที่จะเข้าอัพเดทผลงานที่ทำผ่านมาได้เสมอ
และสามารถเก็บรวมรวมเอาไว้เพื่อให้ผู้สนใจได้ดูเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจใช้บริการได้ง่ายยิ่งขึ้น
เราลองมาดูกันว่า
การเพิ่มความสามารถครั้งนี้ให้ผลดีอย่างไรกับสมาชิกช่างของเราเพิ่มขึ้นบ้าง
วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ลอฟท์มาแรง ผู้รับเหมา ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนรับงานสไตล์นี้
ลอฟท์มาแรง ผู้รับเหมา ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนรับงานสไตล์นี้
ลอฟท์ หรือ เขียนภาษาอังกฤษว่า Loft เวลาพูดถึงคำนี้ ปัจจุบันเราเข้าใจกันดีว่าเป็นชื่อเรียกแนวการตกแต่งบ้านแบบหนึ่ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ ซึ่งแน่นอนว่า ผู้รับเหมา ที่ต้องทำงาน รับเหมาก่อสร้าง ควรทำความรู้จักและทำความเข้าใจมันให้มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ชอบบ้านในแนวนี้ และต้องขอบอกเพิ่มอีกนิดว่า ลอฟท์ ไม่ได้หมายถึงบ้าน ปูนเปลือย อย่างเดียว ! ดังที่มีบางท่านเข้าใจ !!!
ก่อนอื่นเราอยากจะพา ผู้รับเหมา และท่านที่สนใจมาทำความรู้จักกับการตกแต่ง Loft กันเสียก่อน สำหรับ ผู้รับเหมา ที่พึ่งเริ่มหันมาสนใจงานการสร้างบ้านแนวนี้ บ้านสไตล์ลอฟท์ เชื่อว่าเกิดขึ้นครั้งแรกในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่ภาวะทางเศรษฐกิจทั่วโลกซบเซา มีโรงงานอุตสาหกรรมในเขตเมืองเป็นจำนวนมากถูกทิ้งร้าง และมีการเคลื่อนออกไปตั้งโรงงานใหม่ในเขตนอกเมืองที่ใกล้ออกไป ใน New York ก็เช่นกัน มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากถูกทิ้งร้าง โดยเฉพาะในย่าน โซโห อาคารเก่าที่ถูกทิ้งร้างเหล่านี้แหละที่กลายมาเป็นต้นกำเนิดของบ้านสไตล์ลอฟท์ ! เนื่องจากมีศิลปินจำนวนหนึ่ง ต้องการทั้งที่พัก และสตูดิโอในการทำงาน และต้องการที่พักราคาถูก สำหรับในลอนดอนในยุคที่เงินฝืดเคืองนั้น การหาบ้านที่ตอบสนองความต้องการของศิลปินใน ราคาที่เขาพอจ่ายได้เป็นเรื่องยาก โรงงานที่ถูกปล่อยร้างในย่าน โซโห จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมันมีพื้นที่เพียงพอในการที่จะใช้พักอาศัย เป็นที่ทำงานและในเวลาเดียวกันก็ยังแสดงงานศิลปะของพวกเขาได้อีกด้วย !
ศิลปินจำนวนหนึ่งจึงเลือกที่จะไปอาศัยอยู่ในโรงงานเก่าเหล่านั้น และเริ่มตกแต่งปรับปรุงเพื่อให้มันเป็นที่อยู่อาศัย... จากจุดนี้เองทำให้เกิดการตกแต่งบ้านที่เป็นแบบ Loft ขึ้น เนื่องจากตัวอาคารเดิมที่มีส่วนประกอบแบบดิบๆ ผนังปูนไม่ทาสี ผนังที่เป็นอิฐก่อไม่ได้ฉาบ การเผื่อให้เห็นโครงสร้างเหล็กและไม้ รวมถึงท่อที่เดินตามผนัง เมื่อถูกจัดแต่งเพิ่มเติมให้ดูดีด้วยจินตนาการของศิลปินทำให้มันกลายเป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจ และนี่เองเป็นจุดกำเนิดที่มาของบ้านยอดนิยมในปัจจุบันนี้ ! ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าการทำงาน รับเหมาก่อสร้าง บ้านแบบลอฟท์ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นแค่บ้านแนวปูนเปลือยเท่านั้น !!!!
หัวใจของบ้านสไตล์ลอฟท์ ที่ ผู้รับเหมา ควรทราบก็คือ มันมาจากโรงงานเก่า ซึ่งไม่พิถีพิถันในเรื่องการตกแต่งให้เรียบร้อยหรือหรูหรา เผื่อความดิบและเสน่ห์ของวัสดุเดิม ไม่ว่าจะเป็นปูน เหล็ก ไม้ ให้โชว์เนื้อแท้ของมันออกมา สภาพภายในเน้นความโปร่งแบบโรงงานในยุคหลังสงครามโลก หากต้องการรับงาน รับเหมาก่อสร้าง ในแนวนี้ ผู้รับเหมาอาจจะหาแรงบันดาลใจก่อนเริ่มลงมือทำงาน หรือหาข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้าได้จากการหาดูภาพโรงงานในอเมริกาในยุคเก่าๆ ก็จะทำให้สามารถตีโจทย์บ้านลอฟท์ออกมาได้ในแบบที่เป็นของแท้มากยิ่งขึ้น !
ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา อันดับ 1
ลอฟท์ หรือ เขียนภาษาอังกฤษว่า Loft เวลาพูดถึงคำนี้ ปัจจุบันเราเข้าใจกันดีว่าเป็นชื่อเรียกแนวการตกแต่งบ้านแบบหนึ่ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ ซึ่งแน่นอนว่า ผู้รับเหมา ที่ต้องทำงาน รับเหมาก่อสร้าง ควรทำความรู้จักและทำความเข้าใจมันให้มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ชอบบ้านในแนวนี้ และต้องขอบอกเพิ่มอีกนิดว่า ลอฟท์ ไม่ได้หมายถึงบ้าน ปูนเปลือย อย่างเดียว ! ดังที่มีบางท่านเข้าใจ !!!
ก่อนอื่นเราอยากจะพา ผู้รับเหมา และท่านที่สนใจมาทำความรู้จักกับการตกแต่ง Loft กันเสียก่อน สำหรับ ผู้รับเหมา ที่พึ่งเริ่มหันมาสนใจงานการสร้างบ้านแนวนี้ บ้านสไตล์ลอฟท์ เชื่อว่าเกิดขึ้นครั้งแรกในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่ภาวะทางเศรษฐกิจทั่วโลกซบเซา มีโรงงานอุตสาหกรรมในเขตเมืองเป็นจำนวนมากถูกทิ้งร้าง และมีการเคลื่อนออกไปตั้งโรงงานใหม่ในเขตนอกเมืองที่ใกล้ออกไป ใน New York ก็เช่นกัน มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากถูกทิ้งร้าง โดยเฉพาะในย่าน โซโห อาคารเก่าที่ถูกทิ้งร้างเหล่านี้แหละที่กลายมาเป็นต้นกำเนิดของบ้านสไตล์ลอฟท์ ! เนื่องจากมีศิลปินจำนวนหนึ่ง ต้องการทั้งที่พัก และสตูดิโอในการทำงาน และต้องการที่พักราคาถูก สำหรับในลอนดอนในยุคที่เงินฝืดเคืองนั้น การหาบ้านที่ตอบสนองความต้องการของศิลปินใน ราคาที่เขาพอจ่ายได้เป็นเรื่องยาก โรงงานที่ถูกปล่อยร้างในย่าน โซโห จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมันมีพื้นที่เพียงพอในการที่จะใช้พักอาศัย เป็นที่ทำงานและในเวลาเดียวกันก็ยังแสดงงานศิลปะของพวกเขาได้อีกด้วย !
ศิลปินจำนวนหนึ่งจึงเลือกที่จะไปอาศัยอยู่ในโรงงานเก่าเหล่านั้น และเริ่มตกแต่งปรับปรุงเพื่อให้มันเป็นที่อยู่อาศัย... จากจุดนี้เองทำให้เกิดการตกแต่งบ้านที่เป็นแบบ Loft ขึ้น เนื่องจากตัวอาคารเดิมที่มีส่วนประกอบแบบดิบๆ ผนังปูนไม่ทาสี ผนังที่เป็นอิฐก่อไม่ได้ฉาบ การเผื่อให้เห็นโครงสร้างเหล็กและไม้ รวมถึงท่อที่เดินตามผนัง เมื่อถูกจัดแต่งเพิ่มเติมให้ดูดีด้วยจินตนาการของศิลปินทำให้มันกลายเป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจ และนี่เองเป็นจุดกำเนิดที่มาของบ้านยอดนิยมในปัจจุบันนี้ ! ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าการทำงาน รับเหมาก่อสร้าง บ้านแบบลอฟท์ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นแค่บ้านแนวปูนเปลือยเท่านั้น !!!!
หัวใจของบ้านสไตล์ลอฟท์ ที่ ผู้รับเหมา ควรทราบก็คือ มันมาจากโรงงานเก่า ซึ่งไม่พิถีพิถันในเรื่องการตกแต่งให้เรียบร้อยหรือหรูหรา เผื่อความดิบและเสน่ห์ของวัสดุเดิม ไม่ว่าจะเป็นปูน เหล็ก ไม้ ให้โชว์เนื้อแท้ของมันออกมา สภาพภายในเน้นความโปร่งแบบโรงงานในยุคหลังสงครามโลก หากต้องการรับงาน รับเหมาก่อสร้าง ในแนวนี้ ผู้รับเหมาอาจจะหาแรงบันดาลใจก่อนเริ่มลงมือทำงาน หรือหาข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้าได้จากการหาดูภาพโรงงานในอเมริกาในยุคเก่าๆ ก็จะทำให้สามารถตีโจทย์บ้านลอฟท์ออกมาได้ในแบบที่เป็นของแท้มากยิ่งขึ้น !
ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา อันดับ 1
ป้ายกำกับ:
ก่อสร้าง,
ผู้รับเหมา,
รับเหมาก่อสร้าง,
ลอฟท์,
หาช่าง,
Loft
ปัญหาผนังปูนเปลือยบ้าน loft แตกร้าว ผู้รับเหมา ต้องหาทางป้องกัน
ปัญหาผนังปูนเปลือยบ้าน loft แตกร้าว ผู้รับเหมา ต้องหาทางป้องกัน
Loft หรือ ลอฟท์ เป็นสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ และส่วนมากนิยมที่จะเลือกทำผนังปูนให้เป็นแบบปูนเปลือย คือ ฉาบขัดมันแต่ไม่มีการทาสี จนหลายคนคิดไปแล้วว่า Loft ก็คือ ปูนเปลือย ! แม้ว่าจะมีผนังอยู่หลายแบบที่อยู่ในการแต่งบ้านสไตล์นี้ แต่หากเทียบความนิยม ดูเหมือนไม่มีแบบไหนเทียบปูนเปลือยได้ แต่... ผนังแบบปูนเปลือยเป็นผนังที่ดูแลไม่ง่ายเลย หากจัดการไม่ดีปัญหาตามมาเพียบ ! ดังนั้น ผู้รับเหมา ที่รับก่อสร้างบ้านแบบนี้ควรหาวิธีป้องกันปัญหา และศึกษาวิธีการแก้ไขเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อจัดการปัญหาให้กับเจ้าของบ้าน...
ปัญหาที่พบในบ้านที่ใช้ผนังแบบปูนเปลือย มีหลายประการ เช่น... ปัญหาเรื่องความชื้นที่สามารถแทรกซึมเข้ามาสู่ภายในตัวบ้านได้ง่าย ปัญหาการแตกร้าวของผนังปูนเปลือย ซึ่งเรื่องนี้บอกได้เลยว่า... เป็นปัญหาระดับคลาสสิก ! คือ ทำหลังไหนเจอหลังนั้น ! เป็นกันจนกลายเป็นเรื่องผิดปกติที่เป็นธรรมดา ! จนบางคนบอกว่า นี่แหละคือ... ความงามตามธรรมชาติ ! ซึ่งหากมองในแง่หนึ่งก็ใช่ แต่... รอยแตกร้าวนั้นมันนำมาซึ่งปัญหานานาประการด้วย ! ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำและความชื้นที่เข้ามาในตัวบ้านได้มากขึ้น จนทำให้ภายในบ้านมีปัญหาเรื่องเชื้อราซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและข้าวของภายในบ้าน ปัญหาเรื่องแมลง โดยเฉพาะปลวกเข้ามาในบ้าน (องค์ประกอบครบ ! ทั้งความชื้น และเส้นทางที่พามันแอบหลบซ่อนเข้ามาในบ้านได้ง่ายโดยไม่เจอแสง หรือ... แม้แต่ปัญหาเรื่องผิวปูนมีรอยด่างเนื่องจากสารเคลือบผิวหลุดร่อนจากความชื้นภายในทำให้ผนังไม่น่าดู ดังนั้น... ผู้รับเหมา จำเป็นที่จะต้องหาวิธีการป้องกันและแก้ไขเตรียมเอาไว้เพื่อให้เจ้าของบ้านที่ว่าจ้างให้มาทำงาน รับเหมาก่อสร้าง ได้อยู่อย่างมีความสุข
วิธีการป้องกันปัญหาที่ ผู้รับเหมา สามารถใช้รับมือกับผนังปูนเปลือย เช่น
1. พิจารณาเลือกช่างฝีมือในด้านงานปูนให้มาเป็นคนลงมือทำงาน เรื่องนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ปัญหาผนังปูนเปลือยแตกร้าวอย่างรวดเร็วส่วนมาเกิดจากเรื่องทักษะของช่างที่ทำเป็นส่วนใหญ่ !!! ซึ่งอาจจะพลาดในเรื่องอัตราส่วนผสมเนื้อปูนฉาบ การใส่ผงปูนโรยหน้ามากเกินไป หรือแม้แต่วิธีการขั้นตอนในการฉาบไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ดังนั้น ผู้รับเหมา ควรเริ่มจากเรื่องคนก่อนเป็นอันดับแรก
2. พิจารณาสภาพความชื้นในอากาศ ในช่วงที่อากาศร้อนหรือแห้งจัด ความชื้นในปูนฉาบจะระเหยเร็วมาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการแตกร้าวอย่างรวดเร็ว ผู้รับเหมา จำเป็นที่จะต้องพยายามควบคุมระดับความชื้นให้ผนัง เพื่อลดความเสี่ยงในการแตกร้าวของผนังปูนด้วย อาจเป็นการบังแดดพรางแสง หรืออื่นๆ
3. พิจารณาเสริมลวดกรงไก่เข้าไปในผนัง นี่เป็นอีกวิธีที่สามารถช่วยลดปัญหาการแตกร้าวของผนังปูนเปลือยได้ เนื่องจาก ลวดกรงไก่จะช่วยเพื่อการยึดเกาะของเนื้อปูน ทำให้แตกร้าวได้ยากมากขึ้น
4. พิจารณาเพิ่มชั้นปูนฉาบ อันี้เหมาะใช้ในตอนแก้ไขปัญหาแตกร้าวที่พึ่งเริ่มเกิดขึ้น ใช้วิธีฉาบทับปูนฉาบเดิมที่เราทำความสะอาดแล้วและทาน้ำยาป้องกันการซึมของน้ำหรือ Primer ลงไป และฉาบทับด้วย Skim Coat
5. พิจารณาเสริมการป้องกันผนังด้วยน้ำยาป้องกันการดูดซึมน้ำ หรือ เรียกว่า Water Repellent เป็นสารที่สามารถป้องกันเรื่องความชื้น และสิ่งสกปรก ไม่ให้ซึมผ่านเข้าไปในเนื้อผิวของปูน อันเป็นสาเหตุทำให้ผนังมีสีดำๆ ด่างๆ ไม่สวยได้
นี่เป็นวิธีป้องกันและจัดการกับปัญหาของผนังปูนเปลือยของบ้านสไตล์ Loft ที่ ผู้รับเหมา ควรทราบและหาวิธีป้องกัน เอาไว้แต่เนิ่นๆ และเป็นเรื่องที่ควรศึกษาเทคนิคในการทำงานเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะบ้านสไตล์ Loft เป็นเทรนด์ที่กำลังมาในปัจจุบันนี้
Loft หรือ ลอฟท์ เป็นสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ และส่วนมากนิยมที่จะเลือกทำผนังปูนให้เป็นแบบปูนเปลือย คือ ฉาบขัดมันแต่ไม่มีการทาสี จนหลายคนคิดไปแล้วว่า Loft ก็คือ ปูนเปลือย ! แม้ว่าจะมีผนังอยู่หลายแบบที่อยู่ในการแต่งบ้านสไตล์นี้ แต่หากเทียบความนิยม ดูเหมือนไม่มีแบบไหนเทียบปูนเปลือยได้ แต่... ผนังแบบปูนเปลือยเป็นผนังที่ดูแลไม่ง่ายเลย หากจัดการไม่ดีปัญหาตามมาเพียบ ! ดังนั้น ผู้รับเหมา ที่รับก่อสร้างบ้านแบบนี้ควรหาวิธีป้องกันปัญหา และศึกษาวิธีการแก้ไขเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อจัดการปัญหาให้กับเจ้าของบ้าน...
ปัญหาที่พบในบ้านที่ใช้ผนังแบบปูนเปลือย มีหลายประการ เช่น... ปัญหาเรื่องความชื้นที่สามารถแทรกซึมเข้ามาสู่ภายในตัวบ้านได้ง่าย ปัญหาการแตกร้าวของผนังปูนเปลือย ซึ่งเรื่องนี้บอกได้เลยว่า... เป็นปัญหาระดับคลาสสิก ! คือ ทำหลังไหนเจอหลังนั้น ! เป็นกันจนกลายเป็นเรื่องผิดปกติที่เป็นธรรมดา ! จนบางคนบอกว่า นี่แหละคือ... ความงามตามธรรมชาติ ! ซึ่งหากมองในแง่หนึ่งก็ใช่ แต่... รอยแตกร้าวนั้นมันนำมาซึ่งปัญหานานาประการด้วย ! ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำและความชื้นที่เข้ามาในตัวบ้านได้มากขึ้น จนทำให้ภายในบ้านมีปัญหาเรื่องเชื้อราซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและข้าวของภายในบ้าน ปัญหาเรื่องแมลง โดยเฉพาะปลวกเข้ามาในบ้าน (องค์ประกอบครบ ! ทั้งความชื้น และเส้นทางที่พามันแอบหลบซ่อนเข้ามาในบ้านได้ง่ายโดยไม่เจอแสง หรือ... แม้แต่ปัญหาเรื่องผิวปูนมีรอยด่างเนื่องจากสารเคลือบผิวหลุดร่อนจากความชื้นภายในทำให้ผนังไม่น่าดู ดังนั้น... ผู้รับเหมา จำเป็นที่จะต้องหาวิธีการป้องกันและแก้ไขเตรียมเอาไว้เพื่อให้เจ้าของบ้านที่ว่าจ้างให้มาทำงาน รับเหมาก่อสร้าง ได้อยู่อย่างมีความสุข
วิธีการป้องกันปัญหาที่ ผู้รับเหมา สามารถใช้รับมือกับผนังปูนเปลือย เช่น
1. พิจารณาเลือกช่างฝีมือในด้านงานปูนให้มาเป็นคนลงมือทำงาน เรื่องนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ปัญหาผนังปูนเปลือยแตกร้าวอย่างรวดเร็วส่วนมาเกิดจากเรื่องทักษะของช่างที่ทำเป็นส่วนใหญ่ !!! ซึ่งอาจจะพลาดในเรื่องอัตราส่วนผสมเนื้อปูนฉาบ การใส่ผงปูนโรยหน้ามากเกินไป หรือแม้แต่วิธีการขั้นตอนในการฉาบไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ดังนั้น ผู้รับเหมา ควรเริ่มจากเรื่องคนก่อนเป็นอันดับแรก
2. พิจารณาสภาพความชื้นในอากาศ ในช่วงที่อากาศร้อนหรือแห้งจัด ความชื้นในปูนฉาบจะระเหยเร็วมาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการแตกร้าวอย่างรวดเร็ว ผู้รับเหมา จำเป็นที่จะต้องพยายามควบคุมระดับความชื้นให้ผนัง เพื่อลดความเสี่ยงในการแตกร้าวของผนังปูนด้วย อาจเป็นการบังแดดพรางแสง หรืออื่นๆ
3. พิจารณาเสริมลวดกรงไก่เข้าไปในผนัง นี่เป็นอีกวิธีที่สามารถช่วยลดปัญหาการแตกร้าวของผนังปูนเปลือยได้ เนื่องจาก ลวดกรงไก่จะช่วยเพื่อการยึดเกาะของเนื้อปูน ทำให้แตกร้าวได้ยากมากขึ้น
4. พิจารณาเพิ่มชั้นปูนฉาบ อันี้เหมาะใช้ในตอนแก้ไขปัญหาแตกร้าวที่พึ่งเริ่มเกิดขึ้น ใช้วิธีฉาบทับปูนฉาบเดิมที่เราทำความสะอาดแล้วและทาน้ำยาป้องกันการซึมของน้ำหรือ Primer ลงไป และฉาบทับด้วย Skim Coat
5. พิจารณาเสริมการป้องกันผนังด้วยน้ำยาป้องกันการดูดซึมน้ำ หรือ เรียกว่า Water Repellent เป็นสารที่สามารถป้องกันเรื่องความชื้น และสิ่งสกปรก ไม่ให้ซึมผ่านเข้าไปในเนื้อผิวของปูน อันเป็นสาเหตุทำให้ผนังมีสีดำๆ ด่างๆ ไม่สวยได้
นี่เป็นวิธีป้องกันและจัดการกับปัญหาของผนังปูนเปลือยของบ้านสไตล์ Loft ที่ ผู้รับเหมา ควรทราบและหาวิธีป้องกัน เอาไว้แต่เนิ่นๆ และเป็นเรื่องที่ควรศึกษาเทคนิคในการทำงานเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะบ้านสไตล์ Loft เป็นเทรนด์ที่กำลังมาในปัจจุบันนี้
ป้ายกำกับ:
ก่อสร้าง,
ผู้รับเหมา,
รับเหมาก่อสร้าง,
ลอฟท์,
Loft
เจ้าของบ้านอยากถมที่ให้สูงกว่าเพื่อนบ้าน ผู้รับเหมา จะทำอย่างไร
เจ้าของบ้านอยากถมที่ให้สูงกว่าเพื่อนบ้าน ผู้รับเหมา จะทำอย่างไร
การถมดินก่อนการก่อสร้างเป็นเรื่องปกติทั่วไป ถือเป็นขั้นตอนแรก ที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการ เพื่อการปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมกับการก่อสร้าง แต่ปัญหาหนึ่งที่เราพบเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ เวลาที่จะมีบ้านใหม่มาปลูกสร้างสักหลัง เขามักนิยมขนเอาดินมาถมเสียให้สูงกว่าบ้านข้างเคียงเสมอ ! บางทีถมจนสูงแบบที่แค่ยืนบนที่ดินของบ้านใหม่ก็สูงเกือบเท่าตัวคนเมื่อไปยืนอยู่ในดินใกล้เคียง ! ซึ่งเรื่องดูเหมือนจะเป็นความนิยมของเจ้าของบ้านไปเสียแล้ว แต่เรื่องนี้ทำได้ไหม และเหมาะสมหรือไม่ ? เป็นอีกเรื่องที่ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ควรให้ข้อมูลและคำแนะนำกับเจ้าของบ้าย เพราะ... หากผิดพลาดขึ้นมามีโทษตามกฎหมาย และอาจถูกสั่งให้ระงับขั้นตอนนั้นในการก่อสร้างได้ !!!
สิ่งที่ ผู้รับเหมา ควรทำเมื่อเจ้าของบ้านต้องการที่จะถมที่ดินให้บ้านมีความสูงมากกว่าเพื่อบ้าน คือ...
1. แจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ หรือตระหนักถึงข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งเรื่องของการถมดิน มีตราอยู่ใน พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของ เทศบัญญัติ การผังเมือง และกฎหมายควบคุมอื่นๆ หากจะถมดินให้มีความสูงมากกว่าที่ผืนข้างเคียงมากๆ อันนี้ต้องช่วยกันศึกษาให้รอบคอบก่อนว่าทำได้หรือไม่ อย่าเห็นว่ามันเป็นการดำเนินการในที่ของเราจะถมดินเพิ่มให้สูงอย่างไรก็ได้ อันนี้อาจมีความผิด
2. ต้องมีการสร้างระบบป้องกันปัญหาน้ำจากที่ดินที่ถมไหลไปหาที่ดินข้างเคียง เรื่องนี้มีความสำคัญเช่นกัน เพราะมีกำหนดอยู่ใน มาตรา 26 อย่างชัดเจน ว่า หาก “จะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น...” นั่นหมายความว่า หากที่ดินที่เราจะสร้างบ้านใหม่ มีเนื้อที่ไม่เกิน 2,000 ตรารงเมตร และต้องการถมดินให้สูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การสร้างระบบป้องกันไม่ให้น้ำจากที่ดินของเราไหลไปที่ดินข้างเคียง ซึ่งก็คือ การทำทางระบายน้ำให้เพียงพอไม่ให้เกิดการไหลไปของน้ำได้
3. ต่อจากข้อสอง เรื่องนี้ในกรณีมีเนื้อที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร เจ้าของบ้านจะต้องทำการแจ้งเรื่องการถมดินให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ทราบเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ และต้องทำระบบป้องกันน้ำไม่ให้ไหลไปที่ดินข้างเคียงด้วยเช่นกัน รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดินไหลเข้าไปในเขตที่ดินข้างเคียง หรือความเสียหายของกำแพงของเพื่อนบ้านที่เกิดขึ้นได้จากการถมดินและบดอัด
4. แนะนำให้เจ้าของบ้านไปพูดคุยกับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ข้างเคียง เพื่อทำความเข้าใจกันเสียก่อน เนื่องจากในกรณีที่ข้างบ้านเห็นแล้วเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ หรือเกรงว่าจะเกิดความเสียหายไม่ว่าจะเรื่องน้ำไหลเข้ามา หรือกำแพงอาจจะพังเพราะการถมดินเพื่อก่อสร้าง เขาสามารถนำเรื่องไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ได้ ! และ... ตามกฎหมายเขามีสิทธิที่จะ “ร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้” !!! นั่นหมายความว่า งานก่อสร้างเกิดการหยุดชะงักแน่นอน งานนี้เดือดร้อนไปตามๆ กันทั้งเจ้าของบ้านและ ผู้รับเหมาก่อสร้าง
ดังนั้น ก่อนที่จะทำการถมที่ดิน หากว่าเจ้าของบ้านมีความต้องการที่จะถมดินให้สูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง ผู้รับเหมา จะต้องทำความเข้าใจและชี้ให้เห็นถึงปัญหาและเรื่องที่ควรทำให้ครบถ้วน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ซึ่งหากเรื่องเตลิดไปจนถึงข้อ 4 ดังข้างต้นแล้ว งานก่อสร้างต้องหยุด และอาจจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายตามมา ! ซึ่งไม่มีโอกาสที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ได้เลย !!
ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา
การถมดินก่อนการก่อสร้างเป็นเรื่องปกติทั่วไป ถือเป็นขั้นตอนแรก ที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการ เพื่อการปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมกับการก่อสร้าง แต่ปัญหาหนึ่งที่เราพบเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ เวลาที่จะมีบ้านใหม่มาปลูกสร้างสักหลัง เขามักนิยมขนเอาดินมาถมเสียให้สูงกว่าบ้านข้างเคียงเสมอ ! บางทีถมจนสูงแบบที่แค่ยืนบนที่ดินของบ้านใหม่ก็สูงเกือบเท่าตัวคนเมื่อไปยืนอยู่ในดินใกล้เคียง ! ซึ่งเรื่องดูเหมือนจะเป็นความนิยมของเจ้าของบ้านไปเสียแล้ว แต่เรื่องนี้ทำได้ไหม และเหมาะสมหรือไม่ ? เป็นอีกเรื่องที่ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ควรให้ข้อมูลและคำแนะนำกับเจ้าของบ้าย เพราะ... หากผิดพลาดขึ้นมามีโทษตามกฎหมาย และอาจถูกสั่งให้ระงับขั้นตอนนั้นในการก่อสร้างได้ !!!
สิ่งที่ ผู้รับเหมา ควรทำเมื่อเจ้าของบ้านต้องการที่จะถมที่ดินให้บ้านมีความสูงมากกว่าเพื่อบ้าน คือ...
1. แจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ หรือตระหนักถึงข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งเรื่องของการถมดิน มีตราอยู่ใน พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของ เทศบัญญัติ การผังเมือง และกฎหมายควบคุมอื่นๆ หากจะถมดินให้มีความสูงมากกว่าที่ผืนข้างเคียงมากๆ อันนี้ต้องช่วยกันศึกษาให้รอบคอบก่อนว่าทำได้หรือไม่ อย่าเห็นว่ามันเป็นการดำเนินการในที่ของเราจะถมดินเพิ่มให้สูงอย่างไรก็ได้ อันนี้อาจมีความผิด
2. ต้องมีการสร้างระบบป้องกันปัญหาน้ำจากที่ดินที่ถมไหลไปหาที่ดินข้างเคียง เรื่องนี้มีความสำคัญเช่นกัน เพราะมีกำหนดอยู่ใน มาตรา 26 อย่างชัดเจน ว่า หาก “จะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น...” นั่นหมายความว่า หากที่ดินที่เราจะสร้างบ้านใหม่ มีเนื้อที่ไม่เกิน 2,000 ตรารงเมตร และต้องการถมดินให้สูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การสร้างระบบป้องกันไม่ให้น้ำจากที่ดินของเราไหลไปที่ดินข้างเคียง ซึ่งก็คือ การทำทางระบายน้ำให้เพียงพอไม่ให้เกิดการไหลไปของน้ำได้
3. ต่อจากข้อสอง เรื่องนี้ในกรณีมีเนื้อที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร เจ้าของบ้านจะต้องทำการแจ้งเรื่องการถมดินให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ทราบเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ และต้องทำระบบป้องกันน้ำไม่ให้ไหลไปที่ดินข้างเคียงด้วยเช่นกัน รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดินไหลเข้าไปในเขตที่ดินข้างเคียง หรือความเสียหายของกำแพงของเพื่อนบ้านที่เกิดขึ้นได้จากการถมดินและบดอัด
4. แนะนำให้เจ้าของบ้านไปพูดคุยกับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ข้างเคียง เพื่อทำความเข้าใจกันเสียก่อน เนื่องจากในกรณีที่ข้างบ้านเห็นแล้วเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ หรือเกรงว่าจะเกิดความเสียหายไม่ว่าจะเรื่องน้ำไหลเข้ามา หรือกำแพงอาจจะพังเพราะการถมดินเพื่อก่อสร้าง เขาสามารถนำเรื่องไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ได้ ! และ... ตามกฎหมายเขามีสิทธิที่จะ “ร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้” !!! นั่นหมายความว่า งานก่อสร้างเกิดการหยุดชะงักแน่นอน งานนี้เดือดร้อนไปตามๆ กันทั้งเจ้าของบ้านและ ผู้รับเหมาก่อสร้าง
ดังนั้น ก่อนที่จะทำการถมที่ดิน หากว่าเจ้าของบ้านมีความต้องการที่จะถมดินให้สูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง ผู้รับเหมา จะต้องทำความเข้าใจและชี้ให้เห็นถึงปัญหาและเรื่องที่ควรทำให้ครบถ้วน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ซึ่งหากเรื่องเตลิดไปจนถึงข้อ 4 ดังข้างต้นแล้ว งานก่อสร้างต้องหยุด และอาจจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายตามมา ! ซึ่งไม่มีโอกาสที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ได้เลย !!
ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา
หลังถมดินแล้ว ผู้รับเหมา ควรเริ่มการก่อสร้างเมื่อใด
หลังถมดินแล้ว ผู้รับเหมา ควรเริ่มการก่อสร้างเมื่อใด
การถมดินเป็นขั้นตอนแรกๆ ในการทำงานก่อสร้างที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการ เพื่อให้พื้นที่มีความเหมาะสมที่จะก่อสร้างอาคารลงไปบนที่ดินผืนนั้น แต่หลังจากที่ถมดินแล้ว ใช่ว่าจะสามารถก่อสร้างได้ทันทีเสียทุกครั้ง ยังมีขั้นตอนที่ต้องพิจารณาก่อนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมที่จะทำการก่อสร้าง เรื่องนี้ไม่อาจชะล่าใจ เพราะหากไม่ระวังให้ดี อาจเกิดปัญหาหนักหนาถึงกับบ้านเกิดอาการทรุดและแตกร้าวเสียหายได้ !
การถมดินมีขั้นตอนหลายขั้น ซึ่งเราได้เคยนำมาเล่าไปแล้วในตอน “ขั้นตอนการถมและปรับที่ ” แต่นอกเหนือจากการที่เราต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว ยังมีเรื่องการพิจารณาอีกว่า ผู้รับเหมา ควรเริ่มลงมือก่อสร้างบ้าน หรือ อาคารเมื่อใดหลังจากการถมดินผ่านไปแล้ว ??
สำหรับเรื่องนี้ ผู้รับเหมา จะต้องพิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน เช่น
1. ลักษณะของดิน เนื่องจากดินแต่ละชนิดแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันไป ซึ่งเรื่องนี้มีผลในเรื่องระยะเวลาการรอให้ดินยุบตัวและเหมาะสมในการการก่อสร้าง
2. สภาพของพื้นที่แต่เดิมก่อนการถมดิน เช่น หากเป็นพื้นที่ซึ่งเคยมีน้ำขัง มีความชื้นสะสมอยู่ด้านล่าง ก็อาจจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงของรากฐานเพื่อให้เกิดความมั่นคงกับอาคารที่สร้างขึ้นเหนือที่ดินผืนนั้นๆ
3. รูปแบบของฐานรากของอาคาร เรื่องนี้ก็มีผลในการตัดสินใจว่าจะเริ่มก่อสร้างบ้านเมื่อใดหลังจากถมดินเสร็จ ซึ่งรูปแบบของฐานรากก็จะมีอยู่สองแบบด้วยกัน ได้แก่ แบบฐานรากแผ่ คือ การก่อสร้างลงบนตอม่อหรือคานดินเลย วิธีนี้ทำได้เฉพาะในเขตที่มีดินเป็นดินแข็ง เช่น ภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่มีดินแข็งมาก แต่การก่อสร้างแบบนี้ควรรอให้ดินเกิดการยุบตัวลงอย่างเต็มที่เสียก่อน ไม่ควรทำทันทีหลังจากถมดินใหม่ และแบบที่สองก็คือ แบบฐานรากที่มีเสาเข็ม เป็นการเสริมเสาเข็มลงไปในพื้นดิน ไม่ว่าจะด้วยการใช้เข็มตอก หรือเข็มเจาะ เพื่อให้เสาเข็มช่วยในการรับน้ำหนักของบ้านเอาไว้ การทำฐานรากแบบนี้สามารถสร้างบ้านได้เลยไม่จำเป็นต้องรอ
4. การเสริมความแข็งแรงของรากฐาน ในที่นี้ก็คือ การตอกเสาเข็ม ในกรณีที่พื้นดินเป็นดินเหนียว หรือดินที่ไม่แน่น อย่างเช่นในเขต กทม. จำเป็นที่จะต้องเสริมความแข้งแรงให้กับฐานรากด้วยการเพิ่มเสาเข็มลงไปก่อนจึงจะก่อสร้างได้ ข้อดีของการเสริมความแข็งแรงนี้ช่วยให้ ผู้รับเหมา สามารถเริ่มงานการก่อสร้างได้เร็ว ไม่ต้องกังวลหรือรอเรื่องความแน่นของดิน ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะเสาเข็มทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของอาคารที่ก่อสร้างเอาไว้แล้ว
นี่เป็นหลักที่ ผู้รับเหมา สามารถใช้ในการพิจารณาว่าควรสร้างบ้านหรือสร้างอาคารเมื่อใดหลังจากถมที่เสร็จแล้ว ซึ่งก็ควรทำให้ถูกต้อง เพื่อให้บ้านหรืออาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่เกิดการแตกร้าว หรือ เกิดการทรุดตัวในภายหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของบ้าน และผู้รับเหมาเองยังมีส่วนต้องรับผิดชอบ แถมเสียชื่อเสียงอีกต่างหาก !!
ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา
การถมดินมีขั้นตอนหลายขั้น ซึ่งเราได้เคยนำมาเล่าไปแล้วในตอน “ขั้นตอนการถมและปรับที่ ” แต่นอกเหนือจากการที่เราต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว ยังมีเรื่องการพิจารณาอีกว่า ผู้รับเหมา ควรเริ่มลงมือก่อสร้างบ้าน หรือ อาคารเมื่อใดหลังจากการถมดินผ่านไปแล้ว ??
สำหรับเรื่องนี้ ผู้รับเหมา จะต้องพิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน เช่น
1. ลักษณะของดิน เนื่องจากดินแต่ละชนิดแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันไป ซึ่งเรื่องนี้มีผลในเรื่องระยะเวลาการรอให้ดินยุบตัวและเหมาะสมในการการก่อสร้าง
2. สภาพของพื้นที่แต่เดิมก่อนการถมดิน เช่น หากเป็นพื้นที่ซึ่งเคยมีน้ำขัง มีความชื้นสะสมอยู่ด้านล่าง ก็อาจจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงของรากฐานเพื่อให้เกิดความมั่นคงกับอาคารที่สร้างขึ้นเหนือที่ดินผืนนั้นๆ
3. รูปแบบของฐานรากของอาคาร เรื่องนี้ก็มีผลในการตัดสินใจว่าจะเริ่มก่อสร้างบ้านเมื่อใดหลังจากถมดินเสร็จ ซึ่งรูปแบบของฐานรากก็จะมีอยู่สองแบบด้วยกัน ได้แก่ แบบฐานรากแผ่ คือ การก่อสร้างลงบนตอม่อหรือคานดินเลย วิธีนี้ทำได้เฉพาะในเขตที่มีดินเป็นดินแข็ง เช่น ภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่มีดินแข็งมาก แต่การก่อสร้างแบบนี้ควรรอให้ดินเกิดการยุบตัวลงอย่างเต็มที่เสียก่อน ไม่ควรทำทันทีหลังจากถมดินใหม่ และแบบที่สองก็คือ แบบฐานรากที่มีเสาเข็ม เป็นการเสริมเสาเข็มลงไปในพื้นดิน ไม่ว่าจะด้วยการใช้เข็มตอก หรือเข็มเจาะ เพื่อให้เสาเข็มช่วยในการรับน้ำหนักของบ้านเอาไว้ การทำฐานรากแบบนี้สามารถสร้างบ้านได้เลยไม่จำเป็นต้องรอ
4. การเสริมความแข็งแรงของรากฐาน ในที่นี้ก็คือ การตอกเสาเข็ม ในกรณีที่พื้นดินเป็นดินเหนียว หรือดินที่ไม่แน่น อย่างเช่นในเขต กทม. จำเป็นที่จะต้องเสริมความแข้งแรงให้กับฐานรากด้วยการเพิ่มเสาเข็มลงไปก่อนจึงจะก่อสร้างได้ ข้อดีของการเสริมความแข็งแรงนี้ช่วยให้ ผู้รับเหมา สามารถเริ่มงานการก่อสร้างได้เร็ว ไม่ต้องกังวลหรือรอเรื่องความแน่นของดิน ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะเสาเข็มทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของอาคารที่ก่อสร้างเอาไว้แล้ว
นี่เป็นหลักที่ ผู้รับเหมา สามารถใช้ในการพิจารณาว่าควรสร้างบ้านหรือสร้างอาคารเมื่อใดหลังจากถมที่เสร็จแล้ว ซึ่งก็ควรทำให้ถูกต้อง เพื่อให้บ้านหรืออาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่เกิดการแตกร้าว หรือ เกิดการทรุดตัวในภายหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของบ้าน และผู้รับเหมาเองยังมีส่วนต้องรับผิดชอบ แถมเสียชื่อเสียงอีกต่างหาก !!
ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



