วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รื้อถอนบ้านก่อนปลูกสร้างไม่ขออนุญาต ผู้รับเหมา ต้องระวัง

รื้อถอนบ้านก่อนปลูกสร้างไม่ขออนุญาต ผู้รับเหมา ต้องระวัง

ในการทำงาน รับเหมาก่อสร้าง นอกจาก ผู้รับเหมา จะต้องทำหน้าที่ในการปลูกสร้างอาคารให้ได้ตามกำหนดที่ตกลงเอาไว้กับเจ้าของผู้ว่าจ้างแล้ว ก่อนที่จะเริ่มงานได้ บางทีอาจจะต้องมีงานส่วนอื่นที่ต้องดำเนินการก่อนที่จะสามารถเริ่มงานการก่อสร้างได้ ซึ่งงานส่วนนั้นก็คือ งานการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม ภายในบริเวณที่จะมีการก่อสร้างใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องปกติ เพราะหากไม่ทำการรื้อสิ่งปลูกสร้างเดิมย่อมไม่สามารถปลูกอาคารใหม่ได้ แต่... ก่อนที่จะดำเนินการรื้อถอน ผู้รับเหมา จะต้องทราบก่อนว่า เจ้าของบ้าน หรือผู้ว่าจ้างเขาได้ดำเนินการแจ้งขออนุญาตรื้อถอนอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง !?


 มีหลายครั้งที่งานในส่วนนี้กลายเป็นความผิด และถูกดำเนินคดี ! ซึ่งเรื่องนี้ผิดพลั้งประการใด ผู้รับเหมา อาจโดนหางเลขตามไปด้วย ! เพราะเป็นผู้รับจ้างในการกระทำความผิด !

การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในที่ดินของเจ้าของเอง เป็นความผิดด้วยหรือ !? เรื่องนี้อาจเป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับหลายๆ คน ทั้งที่เป็นเจ้าของบ้านและ ผู้รับเหมา เรื่องนี้บอกได้เลยว่า... หากกระทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากทางราชการ มีความผิด ! และ ซึ่งอัตราโทษในข้อหานี้ มีทั้ง จำและปรับ !! ซึ่งเรื่องนี้มีข้อบัญญัติเอาไว้ใน มาตรา 65 ของ พรบ.ควบคุมอาคาร ปี พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ปี พ.ศ. 2535 ระบุว่า ผู้ทำการรื้อถอนอาคารโดยไม่รับอนุญาต จะมีความผิด ถูกปรับไม่เกิน 60,000 บาท ! หรือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน !!!

เป็นโทษที่ถือว่ารุนแรง และไม่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิด และส่วนมากเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่ทราบในข้อกฎหมาย จึงไม่ได้ทำการแจ้งให้ถูกต้อง ซึ่งในการแจ้งไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นแต่ประการใด ซึ่งเรื่องนี้ ผู้รับเหมา ควรศึกษาและนำไปให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้าน หรือ ผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่จะต้องทำการรื้อถอนก่อนเริ่มการก่อสร้างใหม่

เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตเพื่อทำการรื้อถอนอาคาร คือ

1. แบบแปลนของอาคารที่จะรื้อ ประกอบด้วยรายละเอียดแบบแปลนทุกชั้น รูปด้านข้างทั้งสองด้าน ภาพตัดขวาง และรายละเอียดวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร วิธีการรื้อถอน ที่ทำมาไม่เกิน 45 วัน
2. แบบคำร้องที่ต้องกรอก คือ แบบ ข.1
3. บัตรประชาชน
4. ทะเบียนบ้านแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน
5. หนังสือยินยอม ในกรณีไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน
6. สำเนาโฉนด

ส่วนระยะเวลาในการพิจารณาคำขอนี้ก็ใช้เวลาราว 2 สัปดาห์ ค่าธรรมเนียมในการแจ้งก็คิดเพียงค่าใบคำร้อง จำนวน 20 บาท เท่านั้น ในกรณีรื้อถอนจะไม่คิดค่าการตรวจแบบ ซึ่งจะเห็นว่า เสียค่าใช้จ่ายน้อยและใช้เวลาไม่นาน (ในเรื่องค่าใช้จ่าย เจ้าของบ้านอาจจะต้องเพิ่มในส่วนจ้างคนเขียนแบบประกอบคำร้อง ซึ่งก็อยู่ในหลักพัน) ดังนั้น ควรดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อย และ ผู้รับเหมา ควรมีการสอบถาม ก่อนการเริ่มงานด้วยว่าเจ้าของบ้านได้ทำการขออนุญาตและดำเนินการอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่ หากยัง ก็ขอให้ช่วยให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้าน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง... 


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเป็นอย่างไร ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

การจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเป็นอย่างไร ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้
สำหรับ ผู้รับเหมา ที่มีความสนใจการทำงานให้กับหน่วยงานรัฐ นอกเหนือจากต้องทำความเข้าใจในเรื่องของการ ประกวดราคา และราคากลาง แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจที่ควรทราบและทำความเข้าใจ นั่นก็คือ เรื่องของการ จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้มีลักษณะที่แตกต่างไปจากการว่าจ้างให้ทำงานของรัฐโดยทั่วไป...


 การจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จะเกิดขึ้นได้ จะต้องเข้าเขื่อนไขตามข้อกำหนดในระเบียบ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 23 - 24 และข้อ 57 – 58 ซึ่งจะต้องเป็นการว่าจ้างให้ดำเนินการที่มีมูลค่าเกิน 100,000 บาท และจะต้องเข้าเงื่อนไขเหตุผลข้อใดข้อหนึ่งใน 6 ข้อ ดังนี้...

1. เป็นงานที่ต้องจ้างช่างฝีมือโดยเฉพาะทาง หรือต้องเป็นผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษในเรื่องนั้นๆ จึงจะสามารถดำเนินการได้

2. เป็นงานจ้างซ่อมที่จำเป็นต้องถอดตรวจ ให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อน จึงจะประมาณค่าซ่อมได้

3. เป็นงานที่เร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายขึ้นกับทางราชการ

4. เป็นงานที่ต้องปกปิด เป็นความลับของทางราชการ

5. เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่ม ในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ และจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม

6. เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้ว ไม่ได้ผลดี

ต้องเข้าเงื่อนไขเหล่านี้ข้อใดข้อหนึ่งจึงจะสามารถจัดจ้างโดยวิธีการพิเศษได้ ทั้งในเรื่องเงื่อนไขและราคา หากไม่เข้าก็จะเป็นการดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีการทั่วไป

สำหรับการดำเนินการนั้น จะมีอยู่ด้วยกันหลักๆ อยู่ 3 รูปแบบ เพื่อให้ได้ ผู้รับเหมา หรือช่างมาดำเนินการให้ ซึ่งก็คือ

แบบที่ 1 เป็นลักษณะที่หน่วยงานรัฐติดต่อเชิญผู้มีอาชีพและเชื่อได้ว่ามีความสามารถในการดำเนินการโดยตรง เพื่อให้เข้ามาทำการตกลงเสนอและต่อรองราคาเพื่อรับงานจากหน่วยงานของรัฐ

แบบที่ 2 เป็นลักษณะที่หน่วยงานของรัฐติดต่อกับผู้รับเหมา หรือ ผู้รับจ้างรายเดิม ที่ดำเนินการอยู่แล้ว ให้รับงานเพิ่ม โดยมีอัตราราคาคงเดิม หรือ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกว่าสำหรับรัฐ

แบบที่ 3 เป็นการที่หน่วยงานรัฐทำการสืบราคาจากผู้รับเหมา หรือ ผู้รับจ้าง มืออาชีพรายอื่น เพื่อเปรียบเทียบกับผู้เสนอราคาเดิม

ส่วนในเรื่องของขั้นตอนการดำเนินการในการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จะเริ่มจาก.... เมื่อเกิดกรณีจำเป็นและพิจารณาแล้วว่าเข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่จะสามารถจัดจ้างโดยวิธีพิเศษได้ เจ้าหน้าที่พัสดุ จะต้องทำหนังสือขออนุญาตหัวหน้าส่วนราชการ เพื่ออนุมัติให้ดำเนินการ และต้องขอเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ เพื่อดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาว่าเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ และให้ความเห็นว่าสมควรใช้วิธีการใด จากนั้นทำการติดต่อกับผู้รับเหมา หรือ ผู้รับจ้าง เมื่อได้รับราคาข้อเสนอและเอกสารครบถ้วนแล้ว ให้ทำรายงานพร้อมความเห็นรวมถึงเอกสารทั้งหมด ส่งผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อนำเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาและสั่งการอีกครั้ง

นี่เป็นเรื่องของการจัดจ้างโดยวิธีการพิเศษ ซึ่ง ผู้รับเหมา ที่มีความสนใจอยากรับงานจากหน่วยงานของรัฐควรทำความเข้าใจ และศึกษา เพื่อที่จะได้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา

ขั้นตอนการประกวดราคา ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

ขั้นตอนการประกวดราคา ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

การรับทำงาน รับเหมาก่อสร้าง ให้กับหน่วยงานของรัฐ จะมีระเบียบที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการอยู่หลายส่วน ซึ่งบางครั้ง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่เป็นรายใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ ก็จะเกิดความสับสนอยู่บ้างเพราะระเบียบของหน่วยงานรัฐมีอยู่หลายแบบหลายข้อกำหนด แต่เรื่องที่ต้องทำแน่นอน เมื่อต้องการเสนอตัวทำงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ นั่นก็คือ... การเข้าร่วมการ “ประกวดราคา” เพื่อรับเหมาก่อสร้าง ดังนั้น ผู้รับเหมา ที่ต้องการรับงานรัฐจะต้องศึกษาเรื่องนี้ให้เข้าใจ


และสิ่งที่ ผู้รับเหมา ควรทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประกวดราคาก็คือ เรื่องของ ขั้นตอนในการประกวดราคา ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 10 ขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้...

1. เจ้าหน้าที่พัสดุต้องทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามที่กำหนดไว้ใน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 27 และเสนอขอแต่งตั้งคณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา , คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ/คณะกรรมการตรวจการจ้าง รวมมีคณะกรรมการที่ต้องเสนอขอแต่งตั้ง 3 ชุด

2. หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ความเห็นชอบตามระเบียบฯ และลงนามในประกาศประกวดราคา

3. เจ้าหน้าที่พัสดุทำการเผยแพร่แจ้งข่าว ประกาศการประกวดราคา ก่อนวันรับซองประกวดราคาอย่างน้อย 20 วัน และหากเป็นการใช้วิธีประกวดราคาต้องประกาศก่อนไม่น้อยกว่า 45 วัน

4. คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา เมื่อได้รับและเปิดซองแล้วจะต้องส่งใบเสนอราคา และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งหมด พร้อมบันทึกรายงานการดำเนินการให้กับคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ให้เสร็จสิ้นในวันเดียวกัน

5. คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ทำการพิจารณาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ ในกรณีไม่มีผู้มีคุณสมบัติของผู้เสนอราคาตามระเบียบ หรือ มีผู้เสนอรายเดียว หรือ ไม่มีผู้เสนอราคาถูกต้อง จะต้องทำการยกเลิกการประกวดราคา และดำเนินการคัดเลือกใหม่ หรือ ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ แล้วแต่กรณีว่าวิธีการใดเหมาะสม

6. ในกรณีพิจาณาแล้วเสร็จ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ต้องทำการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารทั้งหมด ต่อหัวหน้าส่วนราชการโดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

7. เมื่อหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาแล้ว เห็นควรก็จะทำการอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งให้ ผู้รับเหมา มาทำสัญญา รับเหมาก่อสร้าง

8. หลังจากทำสัญญาแล้ว ผู้รับเหมา มีหน้าที่ดำเนินการตามที่ตกลงและภายในเวลาที่กำหนด

9. จะมีการตรวจสอบและรับมอบงานเป็นช่วงตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือการจ้างงานก่อสร้าง เมื่อตรวจสอบแล้วถูกต้อง คณะกรรมการจะต้องรายงานให้หัวหน้าหน่วยราชการทราบโดยผ่านทางหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุ

10. เจ้าหน้าที่พัสดุรวบรวมหลักฐาน ซึ่งจะประกอบด้วยสัญญาซื้อ จ้าง หรือใบสั่งซื้อ ใบส่งของ ใบส่งงานจ้าง และใบตรวจรับพัสดุ ตรวจสอบการจ้างส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับเหมา ที่เป็นผู้รับจ้างต่อไป

นี่เป็นขั้นตอนทั้งหมดในกระบวนการประกวดราคาและการดำเนินการหลังจากนั้นจนแล้วเสร็จถึงขั้นตอนการเบิกรับเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ ผู้รับเหมา ควรทราบและควรทำความเข้าใจ เพื่อที่จะได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง เมื่อต้องการเสนอตัวทำงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ราคากลาง คืออะไร ทำไมต้องมี ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

ราคากลาง คืออะไร ทำไมต้องมี ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

การทำงาน รับเหมาก่อสร้าง มีงานรูปแบบหนึ่งที่ ผู้รับเหมา จำนวนมาก ได้มีโอกาสได้เข้าไปรับทำงานให้กับหน่วยงานของทางราชการ ข้อดีของการทำงานให้หน่วยงานภาครัฐก็คือ มีความมั่นคง และเชื่อมั่นได้ในเรื่องค่าตอบแทนที่จะได้รับ ความเสี่ยงในเรื่องที่จะได้เงินงวดไม่ตรง เงินขาดจนต้องหยุดงาน มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย และยังสามารถวางแผนการทำงานล่วงหน้าได้อย่างสะดวก เนื่องจากมีกำหนดที่ค่อนข้างแน่นอน ดังนั้น จึงมี ผู้รับเหมาก่อสร้าง หลายๆ คน ให้ความสนใจในการรับทำงานก่อสร้างให้กับทางราชการ... และหากว่า ผู้รับเหมา ท่านใดสนใจงานทำนองนี้ อย่างแรกที่ควรทำก็คือ การศึกษาหาความรู้ในเรื่องระบบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีระบบระเบียบกำหนดไว้หลายประการ และหนึ่งในเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากกับการได้หรือไม่ได้งานก็คือเรื่องของ... ราคา ! ซึ่งทางรัฐจะกำหนดสิ่งที่เรียกว่า “ราคากลาง” ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้รับเหมาต้องทำความเข้าใจเสียก่อน....


ราคากลาง คือ... ราคาที่หน่วยงานภาครัฐได้ทำรายละเอียดราคามาตรฐานที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงในการก่อสร้าง โดยอาศัยการสืบหาและจากข้อมูลที่มีของหน่วยงานภาครัฐ ใช้สำหรับเป็นฐานในการเปรียบเทียบราคา ที่ ผู้รับเหมา จะทำการยื่นเสนอ ซึ่งราคาที่ ผู้รับเหมาก่อสร้าง จะยื่นไม่จำเป็นต้องเท่ากับราคากลางก็ได้ เพราะราคากลางนั้นเป็นราคาเพื่อใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบ หรือ เป็นหลักในการคำนวณเท่านั้น สามารถเสนอราคาที่แท้จริงได้ตามความพร้อมและความสามารถในการบริหารจัดการของตนเอง แต่ส่วนจะได้งานหรือไม่ก็ดูที่ความเหมาะสมจากการเลือกของหน่วยงานรัฐที่เป็นผู้ว่าจ้างนั้นๆ

เหตุผลที่ต้องมีราคากลาง ก็เพื่อความสะดวกในการพิจารณาเลือกจัดจ้างผู้รับเหมาที่เหมาะสมที่สุดมาทำการก่อสร้างให้กับหน่วยงานของรัฐ และเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถตรวจสอบและจัดทำงบประมาณได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

ในการจัดทำราคากลาง หน่วยงานรัฐจะมีการระบุรายละเอียดประมาณการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างเพื่อนำมาพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น ชนิดของวัสดุ ประเภทของการก่อสร้าง ปริมาณวัสดุ รายการของพัสดุ ค่าแรงงาน ซึ่งราคากลางจะถูกจัดทำโดยช่าง หรือวิศวกรของหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะมีเอกสารที่แตกต่างกันออกไปตามประเภทของการก่อสร้าง เช่น แบบสรุปค่าก่อสร้าง คือ แบบ ปร.๕ก แบบแสดงรายการปริมาณงานและราคา คือ แบบ ปร.๔ แบบสรุปราคากลางงานก่อสร้างอาคาร คือ แบบ ปร.๖ ซึ่งในแบบก็จะมีการลงนามระบุชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการกำหนดราคากลางเอาไว้ พร้อมทั้ง มีรายละเอียดบอกด้วยว่า เป็นราคาที่ประเมินขึ้นเมื่อใด ซึ่ง ผู้รับเหมา ที่สนใจรับงานจะต้องดูในเรื่องของวันเวลาที่ทำการประเมินด้วย เพราะบางครั้งราคาของวัสดุในแต่ละช่วงขึ้นลงไม่เท่ากัน การเสนอราคาจะทำแบบหวังให้ได้งานเสนอให้เป็นไปตามราคากลางเอาไว้ก่อนไม่ได้ เพราะบางครั้งอาจไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของ ผู้รับเหมา ในเวลาปัจจุบัน

อีกเรื่องที่ ผู้รับเหมา ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคากลางก็คือ ที่มาของราคากลางนั้น จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการคำนวณที่มาจาก หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันนี้ ผู้รับเหมา สามารถหาข้อมูลและทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง โดยเข้าไปดาวน์โหลดเอกสารและดูรายละเอียดได้ที่ www.gprocurement.go.th และที่ www.price.moc.go.th สำหรับราคาวัสดุก่อสร้าง  



ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา

งานสถาปัตยกรรมในงาน รับเหมาก่อสร้าง คืออะไร

งานสถาปัตยกรรมในงาน รับเหมาก่อสร้าง คืออะไร

คำว่า “สถาปัตยกรรม” เวลาที่พูดในในแวดวงคนทั่วไป ที่ไม่ใช่ช่าง ไม่ใช่ ผู้รับเหมา วิศวกร หรือสถาปนิก สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจ เกี่ยวกับคำนี้ อาจจะหมายถึง เรื่องของสิ่งสวยๆ งามๆ ที่เป็นงานในแนวศิลปกรรม เพื่อการตกแต่งประดับประดาเป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งนี้ หากพูดกันในงานการ รับเหมาก่อสร้าง หรืองานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างแล้ว มีความหมายที่แตกต่างออกไป บางทีเวลา ผู้รับเหมา ไปรับงาน จะต้องพยายามอธิบายศัพท์ที่มีความเป็นเฉพาะแบบนี้ให้กับเจ้าของบ้าน ได้รับทราบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและเป็นอย่างถูกต้องชัดเจน


เหตุผลที่ต้องอธิบายในเรื่องนี้ ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันของ ผู้รับเหมา และ เจ้าของบ้าน รวมไปถึงทำให้เจ้าของบ้านเข้าใจในเนื้องาน เวลาหารือกับวิศวกร หรือ สถาปนิก จะได้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนในความหมาย เดี๋ยวใครเกิดไปเจอเจ้าของบ้านที่นิยมชมชอบงานศิลปะ จะเข้าใจไปอีกทาง กลายเป็นเรื่องเอาปติมากรรม หรือ ต้องมีงานปูนปั้นมาลงเพิ่มเติมก็เป็นไปได้... นี่เป็นเรื่องของความคาดหวัง ที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนเพราะคำศัพท์ !

งานสถาปัตยกรรม เมื่อใช้ในงานการ รับเหมาก่อสร้าง หรือ งานก่อสร้าง ทั่วไป หมายถึง งานก่อสร้างในส่วนที่ทำเพื่อให้เกิดความสวยงามเรียบร้อย เป็นสิ่งที่เห็นได้ด้วยตาอย่างชัดเจน แต่ไม่ใช่แค่เรื่องงานตกแต่ง เป็นงานที่รวมเอาทั้งเรื่องของการตกแต่งและก่อสร้างเข้าไว้ด้วยกัน แต่เป็นส่วนของการทำให้เกิดความสวยงามเรียบร้อย เช่น งานการทำฝ้าเพดาน งานผนัง งานสี งานปูพื้น งานติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ทุกๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุดหลอดไฟ การเดินสายไฟ การติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ งานกระเบื้องผนัง งานกระเบื้องปูพื้น ฯลฯ. จะเห็นได้ว่างานในส่วนที่เรียกว่า งานสถาปัตยกรรม ในการทำงานก่อสร้างกินความหมายและเนื้องานค่อนข้างกว้าง ซึ่งถ้าพูดชัดๆ ก็เป็นเรื่องของการทำให้เกิดความเรียบร้อยของงาน และส่วนมาก งานในส่วน งานสถาปัตยกรรมนี้ จะเป็นงานส่วนท้ายๆ ของงาน รับเหมาก่อสร้าง เป็นส่วนใหญ่

สำหรับงานด้านสถาปัตยกรรม ในงานก่อสร้าง จะมีส่วนที่ต้องความสำคัญอยู่ 3 ประการ คือ

1. ทำแล้วเกิดความสวยงามเรียบร้อย หรือ venvstas

2. มีความมั่นคงแข็งแรง ใช้งานได้อย่างปลอดภัย หรือ firmitas คือ นอกจากดูแล้วสวยยังต้องแข็งแรงและมีความปลอดภัยในการใช้งานอย่างสมบูรณ์ด้วย

3. มีประโยชน์ใช้งานได้จริง หรือ vtilitas ซึ่งจุดนี้ทำให้คำว่า สถาปัตยกรรมของงานก่อสร้าง ไม่เป็นแค่เรื่องความงามในแบบ ทัศนศิลป์เท่านั้น แต่ยังเน้นเรื่องประโยชน์ในการใช้งานจริง

ซึ่งทั้ง 3 ประการนี้ต้องเกิดขึ้นและมีความสมดุลกัน จึงจะถือว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบ

เรื่องนี้อาจจะดูเป็นเพียงคำศัพท์ปลีกย่อยในการทำงาน แต่หากในเวลาที่ ผู้รับเหมา ไปทำงาน รับเหมาก่อสร้าง แล้วเกิดเจ้าของบ้านมีความสงสัย หรือ อาจเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จะต้องสามารถอธิบายและให้รายละเอียดได้ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลดีต่อความเข้าใจกันในการทำงาน และยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของผู้รับเหมาเองอีกด้วย


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา  

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เรื่องของ ผนังอิฐโชว์แนว งานก่อสร้างกำลังฮิตที่ ผู้รับเหมา ควรทำความเข้าใจ

เรื่องของ ผนังอิฐโชว์แนว งานก่อสร้างกำลังฮิตที่ ผู้รับเหมา ควรทำความเข้าใจ


หนึ่งในรูปแบบของผนังที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้ ก็คือ ผนังที่ก่ออิฐแล้วไม่มีการฉาบ หรือ ที่ทางช่างเรียกกันว่า ผนังอิฐโชว์แนว หรือ ผนังเปลือย ซึ่งมากับกระแสความนิยมงานก่อสร้างบ้านในแนวดิบๆ แต่เท่ห์ ที่เรียกว่า Loft ซึ่งการทำผนังแบบนี้ให้อารมณ์ของบ้านที่มีความแตกต่างและไม่เหมือนใคร เป็นจุดดึงดูดสายภายในบ้านได้เป็นอย่างดี และแน่นอน เมื่อมีคนที่อยากทำบ้านแบบนี้ ผู้รับเหมา ก็ต้องศึกษาหาความรู้ เพื่อที่จะได้สามารถทำงานแนวนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ... เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ความเข้าใจและทักษะในการก่อสร้างและจัดการผนังแบบนี้มากพอสมควร เพราะหากทำไม่ดี มันอาจเกิดปัญหาตามมาในระดับต้องทุบทิ้งทำใหม่กันเลยทีเดียว !!!

สิ่งที่ ผู้รับเหมา ควรทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกำแพงอิฐโชว์แนวก็คือ... 

1. ผนังอิฐโชว์แนว หรือ ผนังเปลือย เป็นผนังที่ต้องระวังเรื่องความชื้น เนื่องจาก ไม่มีการฉาบปูนและทาสีทับ ดังนั้นความชื้นไม่ว่าจะมาจากภายนอก หรือ จากใต้ดิน จะเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างง่ายดาย ทำให้ภายในบ้านเกิดความชื้น และอาจตามมาด้วยปัญหาเชื้อราและปลวกขึ้นบ้านได้ ในการก่อสร้างจะต้องเลือกใช้ปูนที่เหมาะสมและมีการป้องกันเรื่องความชื้น ซึ่งอาจจะเป็นการใช้สารเคลือบที่มีสีใส ไม่รบกวนการชมดูผิวแท้ของวัสดุ ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าของบ้าน

2. ผนังอิฐโชว์แนว เป็นผนังที่เหมาะจะทำเพียงด้านเดียว ไม่ควรทำทั้งสองด้าน เนื่องจากมันไม่สามารถป้องกันความชื้นและอุณหภูมิได้เหมือนผนังที่ฉาบปูนและทาสีทับ และด้านที่ควรทำเป็นผนังเปลือย หรือ อิฐโชว์แนว ควรเป็นด้านภายในบ้านที่ดูแลได้ง่ายกว่าด้านนอกควรฉาบปูนทาสี หรือ อย่างน้อยก็ควรเป็นผนังปูนเปลือยขัดมันและลงเคลือบ เพื่อป้องกันความชื้นไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน แต่หากเจ้าของบ้านต้องการ ผนังโชว์แนวด้านนอกด้วย อันนี้ต้องเพิ่มสารป้องกันชนิดพิเศษ และต้องทำหลังคาที่ยื่นยาวออกไปให้มากที่สุด เพื่อทำร่มเงาให้กับผนัง

3. ผนังอิฐโชว์แนว เป็นผนังที่เกิดรอยแตกร้าวได้ง่าย เรื่องนี้สำคัญมากๆ ! และ ผู้รับเหมา จะต้องทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้านให้ดี เพราะหากว่าไปทำผนังไว้ใกล้กับบริเวณที่มีแรงสะเทือนบ่อยๆ อย่างเช่น อยู่ใกล้ด้านที่เป็นถนน ผนังอาจเกิดรอยแตกร้าวได้อย่างรวดเร็ว เพราะได้รับแรงสะเทือนจากรถที่วิ่งไปมาเป็นประจำ ซึ่งหากว่าเกิดรอยแตกร้าวขึ้นแล้ว แก้ไขให้คืนสภาพไม่ง่าย ! หากอยากให้สวยเหมือนเดิมอาจจะต้องถึงขนาดทุบทิ้งแล้วก่อใหม่กันเลยทีเดียว !!! ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่พบบ่อย ต้องระวังในเรื่องนี้ แต่สมมุติว่าเกิดปัญหาขึ้นไปแล้ว อาจจะเป็นการถูกเรียกไปซ่อมแซมแก้ไข วิธีแก้มี 3 ทางคือ ทุบแล้วก่อใหม่ (แต่หากปัจจัยที่ทำให้เกิดการแตกร้าวไม่ได้รับการแก้ไขป้องกันก็จะเกิดเหตุซ้ำเหมือนเดิม) หรือ เปลี่ยนเป็นผนังแบบฉาบปูนขัดมัน หรือ ที่เรียกว่าปูนเปลือยก็ลดปัญหาได้ระดับหนึ่ง หรือ... เปลี่ยนแนวไปเป็นผนังฉาบปูนทาสี ซึ่งแบบนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องรอยแตกร้าวมากนัก เพราะแก้ไขได้ง่าย

เรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องที่ ผู้รับเหมา ควรศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องปัญหาเทคนิคในการก่อสร้างเพื่อป้องกันปัญหาให้ดี เพื่อที่จะได้สามารถสร้าง ผนังอิฐโชว์แนว ได้อย่างสวยงามและใช้งานได้ยาวนาน ถูกใจลูกค้าที่เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการได้งานมากขึ้นในอนาคตด้วย 

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกรูปแบบหลังคา ผู้รับเหมา ต้องแนะนำเจ้าของบ้าน

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกรูปแบบหลังคา ผู้รับเหมา ต้องแนะนำเจ้าของบ้าน


ผู้รับเหมา ที่ต้องทำงาน รับเหมาก่อสร้าง บ้าน ส่วนบุคล โดยทั่วไปแล้วจะทำงานตามแบบที่ได้รับมาจากเจ้าของบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้ง ผู้รับเหมา จำเป็นที่จะต้องให้ความเห็นหรือให้คำแนะนำเจ้าของบ้านในเรื่องรูปแบบของการก่อสร้าง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมลงตัวในบ้านที่พักอาศัย เพราะบางครั้งแบบก็ไม่ได้ตอบสนองตรงกับพื้นที่และสภาพแวดล้อมเท่าใดนัก เพราะแบบอาจจะไม่ได้มาจากสถาปนิกที่มาร่างแบบจากหน้างานจริง บางทีเป็นแบบที่ซื้อมา หรือได้มาจากที่อื่น ดังนั้นก่อนลงมือก่อสร้างก็ต้องช่วยดูในเรื่องของความเหมาะสมด้วย และองค์ประกอบหนึ่งที่ ผู้รับเหมา ควรให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้านก็คือ... หลังคา

หลังคาบ้าน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากส่วนหนึ่งของบ้านที่อยู่อาศัย นอกจากเป็นส่วนที่ปิดคลุมบ้านกันแดดกันฝนแล้ว ก็ยังมีผลต่อการอยู่อาศัยที่สบาย ไม่ร้อนอบอ้าว ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำฝนตกค้าง และต้องสอดรับกับทิศทางของแสงและลม เพื่อให้บ้านเย็น ตลอดจนถึงเรื่องของการลดใช้พลังงาน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในปัจจุบันนี้ หากว่า ผู้รับเหมาก่อสร้าง สามารถให้คำแนะนำได้อย่างเหมาะสมและเกิดผลตามที่บอกกล่าว แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่สามารถสร้างเครดิตความน่าเชื่อถือให้กับตัวผู้รับเหมา เองได้เป็นอย่างดี

รูปแบบของหลังคาบ้านที่เหมาะสม ผู้รับเหมา สามารถพิจารณาได้จาก...

1. ความเหมาะสมในการใช้งานตามสภาพอากาศและภูมิประเทศ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องของการอยู่สบาย บ้านเราเป็นเมืองร้อน หลังคาที่ดีต้องมีความสามารถในการป้องกันความร้อนได้ดี ซึ่งอาจจะใช้ฉนวนเข้ามาเสริม แต่ที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็คือ การออกแบบให้มันตรงตามหลักทิศทางลม และแสงแดด ซึ่งหลังคาที่หันหลบแดด ไม่ปล่อยให้แดดส่องลงมาเต็มพื้นที่สามารถทำได้ เรียกว่าการสร้างหลังคาตามแนวการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ การทำแบบนี้ แสงแดดจะส่องเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของหลังคาไม่ส่องเต็มพื้นที่ตลอดทั้งวัน ทำให้ความร้อนจากแสงแดดเข้าไปในบ้านลดลง และยังต้องคำนึงถึงทิศทางลมมรสุมในแต่ละฤดู ซึ่งหลังคาจะต้องสามารถปิดป้องน้ำฝนไม่ให้สาดเข้าบ้านในฤดูฝน แต่ต้อนรับลมให้เข้าสู่ตัวบ้านได้ง่ายในแต่ละช่วงของปีด้วย และนอกจากเรื่องการป้องกันความร้อนและน้ำฝนแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสงบเงียบด้วย เพราะหากเป็นหลังคาของบ้านที่อยู่อาศัย หากว่าเกิดเสียงดังในเวลาฝนตก ก็เป็นสิ่งที่รบกวนการอยู่อาศัยด้วยเช่นกัน

2. ความเหมาะสมในเรื่องงบประมาณ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะ ผู้รับเหมา ต้องเป็นหนึ่งในผู้ที่ควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบที่กำหนด ดังนั้นไม่ว่าจะมีความรู้และสามารถทำหลังคาได้ดีแค่ไหน ก็ต้องให้อยู่ในงบประมาณ แต่หากว่ามีความเหมาะสมและมีผลดีจริงๆ ในการเปลี่ยน เรื่องนี้ก็สามารถนำเสนอและแนะนำต่อเจ้าของบ้านได้

3. ความเหมาะสมกับตัวบ้าน เรื่องนี้ก็มีความสำคัญ แต่ไม่เพียงแค่มีจะต้องเป็นหลังคาที่ออกแบบมาให้สอดรับกลมกลืนกับรูปทรงของบ้านเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันถึงเรื่องของความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้าง ซึ่งโครงสร้างของหลังคาก็ทำจากวัสดุ ไม้ หรือ เหล็ก หากเป็นโครงไม้ก็ต้องเป็นไม้ที่มีคุณภาพ ป้องกันแมลงกินไม้ และทนทานไม่โก่งไม่งอง่าย เพราะส่วนของหลังคาเมื่อทำไปแล้วต้องใช้กันไปอีกนาน ไม่ง่ายในการเปลี่ยนใหม่

เรื่องของหลังคา เป็นอีกเรื่องที่ต้องใส่ใจให้มาก เพราะมีผลต่อความอยู่สบายของผู้อยู่อาศัย และหากเห็นว่าแบบที่ได้มา ดูยังมีความไม่เหมาะสมในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่กล่าวมา ผู้รับเหมา ก็ควรเสนอแนะความคิดเห็นและอธิบายให้เจ้าของบ้านได้ทราบ ส่วนเขาจะตกลงใจปรับตามหรือไม่ อันนี้ก็อยู่ที่การพิจารณาของเจ้าของบ้าน แต่ก็ถือว่า ผู้รับเหมา ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว