วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สิ่งที่ ผู้รับเหมา ต้องพิจารณาก่อนสั่งให้เริ่มงานถมดิน

สิ่งที่ ผู้รับเหมา ต้องพิจารณาก่อนสั่งให้เริ่มงานถมดิน

ก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างบ้านหรืออาคาร สิ่งแรกๆ ที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการก่อนก็คือ เรื่องขั้นตอนของการปรับและเตรียมพื้นที่ ซึ่งขั้นนี้มักเริ่มจากการถมดินเป็นส่วนใหญ่ เพราะพื้นที่ๆ เป็นที่เปล่าส่วนมากจะกลายเป็นที่ลุ่มต่ำกว่าพื้นที่รอบข้างที่มีการก่อสร้างบ้านไปแล้ว หรือแม้แต่ถนน ซึ่งจะมีการถมดินเพิ่มเติมเสมอ ดังนั้นเพื่อไม่ให้บ้านที่จะสร้างต่ำจนกลายเป็นที่รับน้ำกลายเป็นแอ่งเวลาฝนตก ก็จำเป็นต้องถมที่ดินก่อนการปลูกสร้างอาคาร และยังเป็นการปรับพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ด้วย แต่ก่อนที่จะถมดิน ผู้รับเหมาก่อสร้าง มีเรื่องจำเป็นจะต้องนำมาพิจารณา !


 สิ่งที่ ผู้รับเหมา ต้องพิจารณาก่อนสั่งให้เริ่มงานถมดิน

1. ระดับความสูงของดินที่จะถม เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่จะต้องพิจารณา เนื่องจากเป็นตัวที่จะต้องใช้ในการคำนวณปริมาณดินที่จะต้องนำเข้ามาถมในพื้นที่ ว่าต้องใช้ดินปริมาณเท่าไหร่ โดยจะต้องดูจากระดับความสูงของถนน ซึ่งควรถมที่ให้สูงกว่า ความสูงของพื้นของบ้านใกล้เคียงที่เราไม่ควรทำให้สูงกว่ามากนักเพื่อจะได้ไม่ก่อปัญหาเรื่องน้ำจากบ้านที่เราสร้างไหลไปบ้านของเพื่อนบ้านทำให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต ระดับของทางระบายน้ำ ที่ต้องมีระดับความสูงพอให้น้ำไหลออกไปได้อย่างสะดวก

2. ชนิดของดินและการเซ็ทตัวของดินเมื่อถมและบดอัดไปแล้ว เนื่องจากเมื่อเราถมดินทิ้งไว้ดินจะเกิดการยุบตัวลงตามธรรมชาติ จะต้องหาระดับที่เหมาะสมและมีการถมเผื่อไว้เล็กน้อยในปริมาณที่ทำให้เราได้ระดับที่เซ็ทตัวลงพอดีกับความต้องการ

3. ค่าใช้จ่ายในการถมดิน เรื่องนี้มีหลายสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณา เพราะไม่ได้มีแค่เพียงราคาของดินเท่านั้น ยังมีเรื่องของการ ปรับพื้นที่ก่อนการถม การขนย้ายและกำจัดวัชพืชกิ่งไม้ และหินก้อนใหญ่ออกไปจากพื้นที่ รวมถึงเรื่องของการตรวจวัดระดับซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้วย ดังนั้น ผู้รับเหมา จะต้องทำการคำนวณและพิจารณาให้ดี เพื่อให้ได้ราคาออกมาตรงตามงบประมาณ หรือได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด

4. ระยะเวลาในการดำเนินการ เรื่องนี้เกี่ยวถึงกำหนดการในการทำงาน รับเหมาก่อสร้าง การถมดินเป็นขั้นแรกก่อนการดำเนินการอย่างอื่น หากล่าช้าก็จะพลอยกระทบกับกำหนดการอื่นๆ ไปด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้การถมดินมีความล่าช้าก็เกิดได้จากอุปสรรคหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนดินในบางช่วง การขาดผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบและวัดพื้นที่ รวมไปถึงเรื่องของการจัดการปรับพื้นที่ก่อนการถมดิน ดังนั้นจึงต้องพิจารณาและวางกำหนดการให้เหมาะสม เพื่อให้งานการก่อสร้างดำเนินไปตามที่กำหนดไว้

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ผู้รับเหมา จำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์และเป็นไปตามกำหนดการในการทำงาน การถมดินไม่ใช่แค่เรียก สั่งให้เอาดินมาถมๆ แล้วเกลี่ยหน้า บดอัดก็จบ มีหลายสิ่งที่ต้องพิจารณาและต้องทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการด้วย ไม่เช่นนั้น อาจส่งผลเสียในระยะยาวกับอาคารที่จะก่อสร้างขึ้นมา ซึ่งอาจได้รับความเสียหายเกิดการแตกร้าว หรือทรุดตัวตามมาได้ !


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

งาน renovate บ้าน ต้องขออนุญาตหรือไม่ ผู้รับเหมา ควรรู้

งาน renovate บ้าน ต้องขออนุญาตหรือไม่ ผู้รับเหมา ควรรู้


การทำงาน รับเหมาก่อสร้าง บางครั้งนอกจากการสร้างสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารใหม่แล้ว ผู้รับเหมา ยังอาจจะต้องทำงานเกี่ยวกับการดัดแปลงปรับปรุงอาคารเดิมให้เปลี่ยนเป็นรูปโฉมใหม่ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Renovate แต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือ ผู้รับเหมา จะต้องดูให้ดีเสียก่อนว่างานที่กำลังจะทำนั้น จำเป็นต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้บางที่อาจจะต้องทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้านด้วย เพราะบางคนไม่ทราบและคิดว่า... “นี่บ้านของฉัน จะทำอะไรก็ไม่น่าจะมีปัญหา !” ซึ่งบางครั้งมันทำให้เกิดความผิดขึ้นได้ !!!


การ Renovate บ้านต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้งหรือไม่ !?

เรื่องนี้เป็นเรื่องคาอกคาใจอยู่พอสมควรทั้งฝ่าย ผู้รับเหมา และเจ้าของบ้าน ที่กำลังอยู่ในช่วงจะทำงานดัดแปลง หรือ Renovate บ้านอยู่ สำหรับเรื่องนี้ ต้องชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตกับทางราชการก่อนการทำการต่อเติมดัดแปลงบ้านเสมอไป มีบางกรณีที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งก็สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องอยู่ตามข้อกำหนดของกฎหมาย

ซึ่งข้อกำหนดของกฎหมายที่จำเป็นจะต้องทำการแจ้งขออนุญาตก่อนลงมือทำการ Renovate บ้าน มีระบุเอาไว้ใน พ.ร.บ.การสร้างบ้าน เรียกว่า การดัดแปลง ซึ่งการดำเนินการเกี่ยวกับการดัดแปลงหมายถึง การ ลด เพิ่ม เปลี่ยนแปลง ขยาย เปลี่ยนสัดส่วน น้ำหนัก หรือ กระทำอื่นใดให้บ้านเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เข้าข่ายการดัดแปลงทั้งสิ้น แต่หากจะถามว่าจำเป็นต้องแจ้งทุกครั้งทุกกรณีหรือไม่ ก็ไม่ถึงขนาดนั้น

การดัดแปลงที่จำเป็นจะต้องขออนุญาต จะต้องเป็นการดำเนินการ เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงที่มีพื้นที่มากกว่า 5 ตารางเมตรขึ้นไป และจะต้องมีการปรับเปลี่ยนขนาด หรือจำนวนของ เสา คาน หรือส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างและความแข็งแรง จึงจะต้องทำเรื่องแจ้งเพื่อขออนุญาตในการดัดแปลง หรือ Renovate อาคารก่อนจะลงมือก่อสร้างดัดแปลงได้

หากสรุปง่ายๆ ให้เห็นเป็นงานชัดๆ ก็อาจจะยกตัวอย่างได้ว่า งานที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตก่อนทำการดัดแปลง เช่น การเปลี่ยนประตู หน้าต่าง หลังคา ฝ้าเพดาน พื้น หรือผนังของบ้าน เหล่านี้สามารถกระทำได้ แต่... มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่มีผงทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเกินกว่า 10% จากน้ำหนักเดิม ! หากมีน้ำหนักมากกว่านี้ จะต้องขออนุญาต เนื่องจากเป็นได้ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะมีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร จะต้องทำเรื่องเพื่อขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อนทำการก่อสร้างดัดแปลง

การขออนุญาตเพื่อทำการ renovate ทำได้โดยการ ยืนแบบแปลนสิ่งก่อสร้างที่ต้องการดัดแปลง ซึ่งแบบแปลนจะต้องมีการเซ็นรับรองโดย วิศวกร สถาปนิก และ ผู้รับเหมา ให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องแบในการก่อสร้างว่าจะทำออกมาตามที่แจ้งขอจริง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บ่อยครั้งเจ้าของบ้านจะไม่ทราบและทำพลาด ผู้รับเหมา ควรให้ความช่วยเหลือ เพื่อที่งานที่รับมาจะได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นถูกต้อง และไม่มีใครต้องเสี่ยงต่อการรับโทษจากการทำผิดกฎหมายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และ... ที่สำคัญที่สุดก็คือ เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าของบ้านผู้อยู่อาศัยเองด้วย


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตอน พระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตอน พระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย


ในห้วงแห่งความโศกเศร้าของปวงชนชาวไทย เนื่องมาจากการสูญเสียผู้เป็นที่รักและเคารพยิ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ นอกเหนือจากการทำใจและร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแล้ว เรายังควรระลึกถึงพระกรณียกิจอันทรงคุณค่าของพระองค์ เพื่อยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต... และหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านได้ทรงงานอันเหลือคณานับ งานช่าง ก็เป็นด้านหนึ่งที่ทราบกันดีว่า พระองค์ได้รับการขนานพระราชสมัญญาว่า... “พระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย”


 พระอัจฉริยะภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในด้านงานช่าง ได้เริ่มมาตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ ทรงโปรดที่จะประดิษฐ์ของเล่น และสร้างสิ่งต่างๆ ด้วยพระองค์เอง เช่น มีความในหนังสือ “เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์” พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีข้อความว่า “ทรงโปรดงานทางช่างและงานศิลปะมาแต่ทรงพระเยาว์...

และแม้ต่อมา เมื่อได้ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีพระราชภารกิจมากมาย แต่ก็ยังทรงแบ่งเวลามาทรงงานช่าง และทรงเป็นต้นแบบของผู้ที่ทำงานช่างทั้งมวล จนได้รับการขนานพระราชสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งมาตรฐานช่างไทย” และมีวันที่รำลึกถึงพระราชกรณียกิจในด้านนี้ในวันที่ 2 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งเป็น วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ซึ่งเป็นวันที่ระลึกที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับงานช่าง เนื่องในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน แนะแนวอาชีพ และแข่งขันฝีมือแห่งชาติครั้งที่ 1 ณ ลุมพินีสถาน มีความตอนหนึ่งที่ใคร่ขออัญเชิญมาดังนี้...

"ช่างทุกประเภท เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคน เพราะตลอดชีวิตของเรา เราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่ สนับสนุนจากทุกๆ ฝ่าย ยิ่งในสมัยปัจจุบัน วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้า ยิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง ให้มีสิงใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการในการส่งเสริมนั้น มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ

ประการแรก ได้แก่ ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการ และความรู้ทางการออกแบบ

ประการที่สอง ได้แก่ ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ

ประการที่สาม ได้แก่ ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย

การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้จะต้องการทำให้สอดคล้องกันไป เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไรสำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป...."


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com  

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รื้อถอนบ้านก่อนปลูกสร้างไม่ขออนุญาต ผู้รับเหมา ต้องระวัง

รื้อถอนบ้านก่อนปลูกสร้างไม่ขออนุญาต ผู้รับเหมา ต้องระวัง

ในการทำงาน รับเหมาก่อสร้าง นอกจาก ผู้รับเหมา จะต้องทำหน้าที่ในการปลูกสร้างอาคารให้ได้ตามกำหนดที่ตกลงเอาไว้กับเจ้าของผู้ว่าจ้างแล้ว ก่อนที่จะเริ่มงานได้ บางทีอาจจะต้องมีงานส่วนอื่นที่ต้องดำเนินการก่อนที่จะสามารถเริ่มงานการก่อสร้างได้ ซึ่งงานส่วนนั้นก็คือ งานการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม ภายในบริเวณที่จะมีการก่อสร้างใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องปกติ เพราะหากไม่ทำการรื้อสิ่งปลูกสร้างเดิมย่อมไม่สามารถปลูกอาคารใหม่ได้ แต่... ก่อนที่จะดำเนินการรื้อถอน ผู้รับเหมา จะต้องทราบก่อนว่า เจ้าของบ้าน หรือผู้ว่าจ้างเขาได้ดำเนินการแจ้งขออนุญาตรื้อถอนอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง !?


 มีหลายครั้งที่งานในส่วนนี้กลายเป็นความผิด และถูกดำเนินคดี ! ซึ่งเรื่องนี้ผิดพลั้งประการใด ผู้รับเหมา อาจโดนหางเลขตามไปด้วย ! เพราะเป็นผู้รับจ้างในการกระทำความผิด !

การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในที่ดินของเจ้าของเอง เป็นความผิดด้วยหรือ !? เรื่องนี้อาจเป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับหลายๆ คน ทั้งที่เป็นเจ้าของบ้านและ ผู้รับเหมา เรื่องนี้บอกได้เลยว่า... หากกระทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากทางราชการ มีความผิด ! และ ซึ่งอัตราโทษในข้อหานี้ มีทั้ง จำและปรับ !! ซึ่งเรื่องนี้มีข้อบัญญัติเอาไว้ใน มาตรา 65 ของ พรบ.ควบคุมอาคาร ปี พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ปี พ.ศ. 2535 ระบุว่า ผู้ทำการรื้อถอนอาคารโดยไม่รับอนุญาต จะมีความผิด ถูกปรับไม่เกิน 60,000 บาท ! หรือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน !!!

เป็นโทษที่ถือว่ารุนแรง และไม่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิด และส่วนมากเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่ทราบในข้อกฎหมาย จึงไม่ได้ทำการแจ้งให้ถูกต้อง ซึ่งในการแจ้งไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นแต่ประการใด ซึ่งเรื่องนี้ ผู้รับเหมา ควรศึกษาและนำไปให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้าน หรือ ผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่จะต้องทำการรื้อถอนก่อนเริ่มการก่อสร้างใหม่

เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตเพื่อทำการรื้อถอนอาคาร คือ

1. แบบแปลนของอาคารที่จะรื้อ ประกอบด้วยรายละเอียดแบบแปลนทุกชั้น รูปด้านข้างทั้งสองด้าน ภาพตัดขวาง และรายละเอียดวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร วิธีการรื้อถอน ที่ทำมาไม่เกิน 45 วัน
2. แบบคำร้องที่ต้องกรอก คือ แบบ ข.1
3. บัตรประชาชน
4. ทะเบียนบ้านแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน
5. หนังสือยินยอม ในกรณีไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน
6. สำเนาโฉนด

ส่วนระยะเวลาในการพิจารณาคำขอนี้ก็ใช้เวลาราว 2 สัปดาห์ ค่าธรรมเนียมในการแจ้งก็คิดเพียงค่าใบคำร้อง จำนวน 20 บาท เท่านั้น ในกรณีรื้อถอนจะไม่คิดค่าการตรวจแบบ ซึ่งจะเห็นว่า เสียค่าใช้จ่ายน้อยและใช้เวลาไม่นาน (ในเรื่องค่าใช้จ่าย เจ้าของบ้านอาจจะต้องเพิ่มในส่วนจ้างคนเขียนแบบประกอบคำร้อง ซึ่งก็อยู่ในหลักพัน) ดังนั้น ควรดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อย และ ผู้รับเหมา ควรมีการสอบถาม ก่อนการเริ่มงานด้วยว่าเจ้าของบ้านได้ทำการขออนุญาตและดำเนินการอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่ หากยัง ก็ขอให้ช่วยให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้าน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง... 


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเป็นอย่างไร ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

การจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเป็นอย่างไร ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้
สำหรับ ผู้รับเหมา ที่มีความสนใจการทำงานให้กับหน่วยงานรัฐ นอกเหนือจากต้องทำความเข้าใจในเรื่องของการ ประกวดราคา และราคากลาง แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจที่ควรทราบและทำความเข้าใจ นั่นก็คือ เรื่องของการ จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้มีลักษณะที่แตกต่างไปจากการว่าจ้างให้ทำงานของรัฐโดยทั่วไป...


 การจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จะเกิดขึ้นได้ จะต้องเข้าเขื่อนไขตามข้อกำหนดในระเบียบ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 23 - 24 และข้อ 57 – 58 ซึ่งจะต้องเป็นการว่าจ้างให้ดำเนินการที่มีมูลค่าเกิน 100,000 บาท และจะต้องเข้าเงื่อนไขเหตุผลข้อใดข้อหนึ่งใน 6 ข้อ ดังนี้...

1. เป็นงานที่ต้องจ้างช่างฝีมือโดยเฉพาะทาง หรือต้องเป็นผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษในเรื่องนั้นๆ จึงจะสามารถดำเนินการได้

2. เป็นงานจ้างซ่อมที่จำเป็นต้องถอดตรวจ ให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อน จึงจะประมาณค่าซ่อมได้

3. เป็นงานที่เร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายขึ้นกับทางราชการ

4. เป็นงานที่ต้องปกปิด เป็นความลับของทางราชการ

5. เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่ม ในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ และจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม

6. เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้ว ไม่ได้ผลดี

ต้องเข้าเงื่อนไขเหล่านี้ข้อใดข้อหนึ่งจึงจะสามารถจัดจ้างโดยวิธีการพิเศษได้ ทั้งในเรื่องเงื่อนไขและราคา หากไม่เข้าก็จะเป็นการดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีการทั่วไป

สำหรับการดำเนินการนั้น จะมีอยู่ด้วยกันหลักๆ อยู่ 3 รูปแบบ เพื่อให้ได้ ผู้รับเหมา หรือช่างมาดำเนินการให้ ซึ่งก็คือ

แบบที่ 1 เป็นลักษณะที่หน่วยงานรัฐติดต่อเชิญผู้มีอาชีพและเชื่อได้ว่ามีความสามารถในการดำเนินการโดยตรง เพื่อให้เข้ามาทำการตกลงเสนอและต่อรองราคาเพื่อรับงานจากหน่วยงานของรัฐ

แบบที่ 2 เป็นลักษณะที่หน่วยงานของรัฐติดต่อกับผู้รับเหมา หรือ ผู้รับจ้างรายเดิม ที่ดำเนินการอยู่แล้ว ให้รับงานเพิ่ม โดยมีอัตราราคาคงเดิม หรือ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกว่าสำหรับรัฐ

แบบที่ 3 เป็นการที่หน่วยงานรัฐทำการสืบราคาจากผู้รับเหมา หรือ ผู้รับจ้าง มืออาชีพรายอื่น เพื่อเปรียบเทียบกับผู้เสนอราคาเดิม

ส่วนในเรื่องของขั้นตอนการดำเนินการในการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จะเริ่มจาก.... เมื่อเกิดกรณีจำเป็นและพิจารณาแล้วว่าเข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่จะสามารถจัดจ้างโดยวิธีพิเศษได้ เจ้าหน้าที่พัสดุ จะต้องทำหนังสือขออนุญาตหัวหน้าส่วนราชการ เพื่ออนุมัติให้ดำเนินการ และต้องขอเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ เพื่อดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาว่าเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ และให้ความเห็นว่าสมควรใช้วิธีการใด จากนั้นทำการติดต่อกับผู้รับเหมา หรือ ผู้รับจ้าง เมื่อได้รับราคาข้อเสนอและเอกสารครบถ้วนแล้ว ให้ทำรายงานพร้อมความเห็นรวมถึงเอกสารทั้งหมด ส่งผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อนำเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาและสั่งการอีกครั้ง

นี่เป็นเรื่องของการจัดจ้างโดยวิธีการพิเศษ ซึ่ง ผู้รับเหมา ที่มีความสนใจอยากรับงานจากหน่วยงานของรัฐควรทำความเข้าใจ และศึกษา เพื่อที่จะได้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา

ขั้นตอนการประกวดราคา ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

ขั้นตอนการประกวดราคา ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

การรับทำงาน รับเหมาก่อสร้าง ให้กับหน่วยงานของรัฐ จะมีระเบียบที่ ผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการอยู่หลายส่วน ซึ่งบางครั้ง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่เป็นรายใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ ก็จะเกิดความสับสนอยู่บ้างเพราะระเบียบของหน่วยงานรัฐมีอยู่หลายแบบหลายข้อกำหนด แต่เรื่องที่ต้องทำแน่นอน เมื่อต้องการเสนอตัวทำงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ นั่นก็คือ... การเข้าร่วมการ “ประกวดราคา” เพื่อรับเหมาก่อสร้าง ดังนั้น ผู้รับเหมา ที่ต้องการรับงานรัฐจะต้องศึกษาเรื่องนี้ให้เข้าใจ


และสิ่งที่ ผู้รับเหมา ควรทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประกวดราคาก็คือ เรื่องของ ขั้นตอนในการประกวดราคา ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 10 ขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้...

1. เจ้าหน้าที่พัสดุต้องทำรายงานขอซื้อหรือจ้าง ตามที่กำหนดไว้ใน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 27 และเสนอขอแต่งตั้งคณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา , คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ/คณะกรรมการตรวจการจ้าง รวมมีคณะกรรมการที่ต้องเสนอขอแต่งตั้ง 3 ชุด

2. หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ความเห็นชอบตามระเบียบฯ และลงนามในประกาศประกวดราคา

3. เจ้าหน้าที่พัสดุทำการเผยแพร่แจ้งข่าว ประกาศการประกวดราคา ก่อนวันรับซองประกวดราคาอย่างน้อย 20 วัน และหากเป็นการใช้วิธีประกวดราคาต้องประกาศก่อนไม่น้อยกว่า 45 วัน

4. คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา เมื่อได้รับและเปิดซองแล้วจะต้องส่งใบเสนอราคา และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งหมด พร้อมบันทึกรายงานการดำเนินการให้กับคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ให้เสร็จสิ้นในวันเดียวกัน

5. คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ทำการพิจารณาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ ในกรณีไม่มีผู้มีคุณสมบัติของผู้เสนอราคาตามระเบียบ หรือ มีผู้เสนอรายเดียว หรือ ไม่มีผู้เสนอราคาถูกต้อง จะต้องทำการยกเลิกการประกวดราคา และดำเนินการคัดเลือกใหม่ หรือ ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ แล้วแต่กรณีว่าวิธีการใดเหมาะสม

6. ในกรณีพิจาณาแล้วเสร็จ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ต้องทำการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารทั้งหมด ต่อหัวหน้าส่วนราชการโดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ

7. เมื่อหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาแล้ว เห็นควรก็จะทำการอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งให้ ผู้รับเหมา มาทำสัญญา รับเหมาก่อสร้าง

8. หลังจากทำสัญญาแล้ว ผู้รับเหมา มีหน้าที่ดำเนินการตามที่ตกลงและภายในเวลาที่กำหนด

9. จะมีการตรวจสอบและรับมอบงานเป็นช่วงตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือการจ้างงานก่อสร้าง เมื่อตรวจสอบแล้วถูกต้อง คณะกรรมการจะต้องรายงานให้หัวหน้าหน่วยราชการทราบโดยผ่านทางหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุ

10. เจ้าหน้าที่พัสดุรวบรวมหลักฐาน ซึ่งจะประกอบด้วยสัญญาซื้อ จ้าง หรือใบสั่งซื้อ ใบส่งของ ใบส่งงานจ้าง และใบตรวจรับพัสดุ ตรวจสอบการจ้างส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับเหมา ที่เป็นผู้รับจ้างต่อไป

นี่เป็นขั้นตอนทั้งหมดในกระบวนการประกวดราคาและการดำเนินการหลังจากนั้นจนแล้วเสร็จถึงขั้นตอนการเบิกรับเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ ผู้รับเหมา ควรทราบและควรทำความเข้าใจ เพื่อที่จะได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง เมื่อต้องการเสนอตัวทำงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ


ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา 

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ราคากลาง คืออะไร ทำไมต้องมี ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

ราคากลาง คืออะไร ทำไมต้องมี ผู้รับเหมา ที่อยากรับงานรัฐควรรู้

การทำงาน รับเหมาก่อสร้าง มีงานรูปแบบหนึ่งที่ ผู้รับเหมา จำนวนมาก ได้มีโอกาสได้เข้าไปรับทำงานให้กับหน่วยงานของทางราชการ ข้อดีของการทำงานให้หน่วยงานภาครัฐก็คือ มีความมั่นคง และเชื่อมั่นได้ในเรื่องค่าตอบแทนที่จะได้รับ ความเสี่ยงในเรื่องที่จะได้เงินงวดไม่ตรง เงินขาดจนต้องหยุดงาน มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย และยังสามารถวางแผนการทำงานล่วงหน้าได้อย่างสะดวก เนื่องจากมีกำหนดที่ค่อนข้างแน่นอน ดังนั้น จึงมี ผู้รับเหมาก่อสร้าง หลายๆ คน ให้ความสนใจในการรับทำงานก่อสร้างให้กับทางราชการ... และหากว่า ผู้รับเหมา ท่านใดสนใจงานทำนองนี้ อย่างแรกที่ควรทำก็คือ การศึกษาหาความรู้ในเรื่องระบบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีระบบระเบียบกำหนดไว้หลายประการ และหนึ่งในเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากกับการได้หรือไม่ได้งานก็คือเรื่องของ... ราคา ! ซึ่งทางรัฐจะกำหนดสิ่งที่เรียกว่า “ราคากลาง” ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้รับเหมาต้องทำความเข้าใจเสียก่อน....


ราคากลาง คือ... ราคาที่หน่วยงานภาครัฐได้ทำรายละเอียดราคามาตรฐานที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงในการก่อสร้าง โดยอาศัยการสืบหาและจากข้อมูลที่มีของหน่วยงานภาครัฐ ใช้สำหรับเป็นฐานในการเปรียบเทียบราคา ที่ ผู้รับเหมา จะทำการยื่นเสนอ ซึ่งราคาที่ ผู้รับเหมาก่อสร้าง จะยื่นไม่จำเป็นต้องเท่ากับราคากลางก็ได้ เพราะราคากลางนั้นเป็นราคาเพื่อใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบ หรือ เป็นหลักในการคำนวณเท่านั้น สามารถเสนอราคาที่แท้จริงได้ตามความพร้อมและความสามารถในการบริหารจัดการของตนเอง แต่ส่วนจะได้งานหรือไม่ก็ดูที่ความเหมาะสมจากการเลือกของหน่วยงานรัฐที่เป็นผู้ว่าจ้างนั้นๆ

เหตุผลที่ต้องมีราคากลาง ก็เพื่อความสะดวกในการพิจารณาเลือกจัดจ้างผู้รับเหมาที่เหมาะสมที่สุดมาทำการก่อสร้างให้กับหน่วยงานของรัฐ และเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถตรวจสอบและจัดทำงบประมาณได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

ในการจัดทำราคากลาง หน่วยงานรัฐจะมีการระบุรายละเอียดประมาณการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างเพื่อนำมาพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น ชนิดของวัสดุ ประเภทของการก่อสร้าง ปริมาณวัสดุ รายการของพัสดุ ค่าแรงงาน ซึ่งราคากลางจะถูกจัดทำโดยช่าง หรือวิศวกรของหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะมีเอกสารที่แตกต่างกันออกไปตามประเภทของการก่อสร้าง เช่น แบบสรุปค่าก่อสร้าง คือ แบบ ปร.๕ก แบบแสดงรายการปริมาณงานและราคา คือ แบบ ปร.๔ แบบสรุปราคากลางงานก่อสร้างอาคาร คือ แบบ ปร.๖ ซึ่งในแบบก็จะมีการลงนามระบุชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการกำหนดราคากลางเอาไว้ พร้อมทั้ง มีรายละเอียดบอกด้วยว่า เป็นราคาที่ประเมินขึ้นเมื่อใด ซึ่ง ผู้รับเหมา ที่สนใจรับงานจะต้องดูในเรื่องของวันเวลาที่ทำการประเมินด้วย เพราะบางครั้งราคาของวัสดุในแต่ละช่วงขึ้นลงไม่เท่ากัน การเสนอราคาจะทำแบบหวังให้ได้งานเสนอให้เป็นไปตามราคากลางเอาไว้ก่อนไม่ได้ เพราะบางครั้งอาจไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของ ผู้รับเหมา ในเวลาปัจจุบัน

อีกเรื่องที่ ผู้รับเหมา ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคากลางก็คือ ที่มาของราคากลางนั้น จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการคำนวณที่มาจาก หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันนี้ ผู้รับเหมา สามารถหาข้อมูลและทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง โดยเข้าไปดาวน์โหลดเอกสารและดูรายละเอียดได้ที่ www.gprocurement.go.th และที่ www.price.moc.go.th สำหรับราคาวัสดุก่อสร้าง  



ขอบคุณบทความจาก : houzzMate.com แหล่ง หาช่าง ผู้รับเหมา